วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

The Hindu creation myth




 Osiris



ภาษาอังกฤษ
แปลไทย
before there was anything
ก่อนที่จะมีสรรพสิ่งมี
there were the primeval waters these seas were vast
นั้นมีมวลน้ำแห่งปฐมกาลที่เป็นทะเลที่กว้างใหญ่
and deep and dark all that was was non-being
ซึ่งลึกและมืด...ทั้งหมดนั้นไม่มีสิ่งมีชีวิต
over time these waters produced
เมื่อเวลาผ่านไปมวลน้ำเหล่านี้ได้สร้าง
a single golden egg which floated over the waters for nine months
ไข่ทองคำพองเดียวที่ลอยขึ้นมาเหนือน่านน้ำเป็นเวลาเก้าเดือน
after nine months the egg bursts open and there was Prajapati  standing in its shell
และหลังจากเก้าเดือนนั้นไข่ได้แตกจนเปิดออกและมีพระประชาบดียืนอยู่ในเปลือกของมัน
Prajapati was neither male nor female
ประชาบดีไม่ใช่ทั้งชายและหญิง (พรหมสภาพ)
but an all-powerful combination of both
แต่เป็นการผสมผสานที่ทรงพลังของทั้งสองภาวะ
he rested there on the golden shell
พระองค์พักอยู่ที่นั่นบนเปลือกทองคำ
for almost a year without speaking or moving
เป็นเวลาเกือบหนึ่งปีโดยไม่พูดหรือเคลื่อนไหว (ทำสมาธิ)
after one year he broke his silence in the first word he spoke the word became the earth
หลังจากหนึ่งปีพระองค์ก็ทำลายความเงียบด้วยคำแรกที่พระองค์ทรงตรัสคำนั้นกลายเป็นพื้นปถพี
the next word he uttered became the sky
คำต่อไปที่พระองค์ทรงตรัสก็กลายเป็นท้องฟ้า
which he had divided into seasons
ซึ่งพระองค์ได้แบ่งออกเป็นฤดูกาลต่าง ๆ
Prajapati could see forever from the beginning of all life
พระประชาบดีทรงสามารถมองเห็นได้ตลอดไปจากจุดเริ่มต้นของชีวิตทั้งปวง
and even to his own death which would be 1,000 years later
และแม้กระทั่งกับความตายของพระองค์เองซึ่งจะเกิดขึ้นหลังจาก 1,000 ไปแล้ว
yet Prajapati was lonely and he desired a mate in this vast emptiness
ในขณะที่พระประชาบดียังคงทรงอยู่อย่างเดียวดายในความว่างเปล่าอันกว้างใหญ่นี้ พระองค์จึงทรงปรารถนาคู่ครอง
he divided himself into two beings a husband and a wife and
พระองค์แบ่งภาคพระองค์เองออกเป็นสองสิ่งมีชีวิตคือพระสวามี (เทพบิดา) และชายา (เทพมารดา)
together they created the first gods the elements and mankind
พวกเขาช่วยกันสร้างเทพเจ้าองค์แรกขึ้น พร้อมธาตุทั้งหลายและมวลมนุษย์
by these acts of creation time was catered
ผลจากการกระทำของการสร้างเหล่านี้กาลเวลาได้ถูกกำหนดขึ้นแล้ว
Prajapati became the embodiment of time itself
ประชาบดีจึงได้กลายเป็นศูนย์กลางของกาลเวลาด้วยพระองค์เอง
the first to be born was agni the god of fire
สิ่งแรกที่ได้เกิดคือพระอัคนี เทพแห่งไฟ
once there was fire there was also light which prajapatis separated into day and night
เมื่อมีไฟเกิดขึ้น ยังมีแสงที่พระประชาบดีใช้แยกออกเป็นกลางวัน (พระอาทิตย์) และกลางคืน (พระจันทร์) เกิดขึ้นด้วย
other gods were born including the evil Ashuras and the beautiful dawn
เทพทั้งหลายได้อุบัติขึ้นรวมทั้งอสูรที่ชั่วร้ายทั้งหลาย และอุษาเทวีที่งดงาม
Prajapati was sure to separate good from evil and hid his evil  offspring deep into the earth
พระประชาบดีแน่ใจว่าจะแยกความดีออกจากความชั่วร้ายและซ่อนความชั่วร้ายของพระองค์ไว้ใต้พื้นพิภพ
however Prajapati desired his lovely daughter dawn
อย่างไรก็ตามพระประชาบดีทรงปรารถนาในอุษาเทวีพระธิดาที่น่าพิศวาสของพระองค์
and as she was on earth in the form of a doe he came to her disguised as a stag
ขณะที่นางอยู่ในโลกในรูปกายของกวางตัวเมีย พระประชาบดีมาหานางด้วยการแปลงเป็นกวางตัวผู้




ให้นักศึกษาแปลเรื่องตามไปโดยรักษาสำนวนเดิมของผู้แปลต้นเรื่อง
ภาษาอังกฤษ
แปลไทย
she tried to flee but Prajapati was too fast and powerful

she later gave birth to all the cattle of the world

the other gods watched filled with horror

prajapati's act was disgraceful breaking the most profound taboo they could imagine

in anger they created the monstrous Rudra who hunted Prajapati down all over the earth

when he found him he shot him with an arrow and flung him into the dark sky

thus Prajapati became the deers head capricorn constellation in the night sky

Dawn returned to the sky but never got too close to the night




วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

The Birth of Lord Ganesha (สำหรับฝึกแปลในชั้นเรียน)


Lord Shiva is one of the greatest gods in the Hindu trinity. He used to mediate for long hours.  One, Shiva was away from Kailas. Hmmm. I need my own gana to guard my palace. Gana means attendants. I shall create one for myself. The next day when Parvati went for her bath. She gathered saffron paste from her own body and sculpted an image of a handsome young boy and brought it to life. Oh! I am so happy. The boy bowed to her. Mother what do you want me to do? My son, take this staff and stand in the entrance. I am going to take bath. Let no one enter without my permission. I will carry out your orders mother.

พระศิวะคือมหาเทพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตนหนึ่งในตรีมูรติของศาสนาฮินดู พระองค์ทรงใช้การบำเพ็ญสมาธิหรับชั่วโมงที่ยาวนาน วันหนึ่งพระศิวะไปจากเขาไกรลาส

ปารวตี: ฮึม! ข้าต้องการคณะ (บริวาร) ของตัวข้าเองเพื่อปกป้องพระตำหนักของข้า 
คณะในที่นี้หมายถึงเทพบริวาร)

ปารวตี: ข้าจะสร้างผู้หนึ่งสำหรับข้า

ในวันต่อมาเมื่อปารวตีไปเพื่อการอาบน้ำของนาง นางรวบรวมแป้งพอกผสมหญ้าฝรั่นจากร่างกายของนางแล้วแกะเป็นรูปของเด็กชายที่สง่างามและทำให้มันมีชีวิต โอ้! ฉันมีความสุขมาก เด็กน้อยนอบน้อมต่อนาง
พระกุมาร: ท่านแม่! ท่านต้องการให้ข้าทำอะไร?
ปารวตี: ลูกของข้า! รับคทานี้ไปและยืนที่ทางเข้า ข้ากำลังไปสรงน้ำ จงอย่าให้ใครคนใดเข้ามาปราศจากการอนุญาตของข้า
พระกุมาร: ข้าจะปฏิบัติตามคำสั่งของท่าน ท่านแม่!

One day as usual when the boy was on guard Shiva came there. He was surprised to find the entrance being guarded by a boy. Hmm. I have never seen him before. Who might he be? Shiva walked towards the door. Stop, it is mother Parvati’s order that no one may enter. Ahmmm.. boy, do you know who I am? I am Parvati’s husband and the lord of Kailas. I do not care who you are. My mother has instructed me not to let anyone in so go please go away.

วันหนึ่งตามปกติขณะที่เด็กน้อยทำหน้าที่คุ้มกัน พระศิวะเสด็จมาที่นั้น พระองค์ทรงแปลกพระทัยที่พบว่าทางเข้ามีการคุ้มกันไว้โดยเด็กน้อย
พระศิวะ : ข้าไม่เคยเห็นเขามาก่อน เขาเป็นใครกัน? พระศิวะเดินไปที่หน้าประตู
พระกุมาร : หยุด! มีคำสั่งจากพระแม่ปารวตีว่า “จะไม่มีใครเข้าไป”
พระศิวะ : ฮึม! เด็กน้อย เจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นใคร? ข้าคือสวามีของปารวตี และเป็นเจ้าแห่งเขาไกรลาส
พระกุมาร : ข้าไม่สนว่าท่านเป็นใคร พระแม่ของข้าสั่งข้าไว้ไม่ให้ยอมให้ใครเข้าข้างใน ดังนั้นไป... โปรดไปให้พ้น

Shiva now became furious. He returned to his palace and called the ganas. Ganas, teach a lesson to the boy who is guarding the Parvati’s palace. The Ganas, who went there to fight with the boy, soon learnt that their opponent was more than a match for them. Many of the Ganas were injured and they fled the battle. The boy resumed his duty. Meanwhile, the commotion at Kailas had not escaped the eyes of the other gods. Let’s us go to Shiva. Yes, we need to help him. Shiva was glad to find them and narrated the whole story. Do not worry I will talk to him after all he is a young boy. Brahma went on his peace-making mission but he was not even given a chance to speak. Ganesha threw his club. Brahma who realized the power of Ganesh vanished in the air. Oh Lord Shiva I….I cannot.

ตอนนี้พระศิวะโกรธจัด พระองค์กลับไปยังปราสาทของพระองค์ และเรียกหาพวกคณะเทพทั้งหลาย
พระศิวะ: คณะเทพทั้งหลาย! จงสอนบทเรียนให้เด็กน้อยผู้กำลังปกป้องรักษาพระตำหนักของปารวตี
พวกคณะเทพทั้งหลายผู้ไปต่อสู้กับพระกุมารก็ได้เรียนรู้ในทันทีแล้วว่าปรปักษ์ของพวกเขาเกิน (กำลัง) กว่าการต่อสู่ของพวกเขา มากมายของพวกคณะเทพได้รับบาดเจ็บและหนีจากการสนามรบ แล้วพระกุมารจึงกลับมาทำหน้าที่ของตน ความวุ่นวายที่เขาไกรลาส ไม่อาจรอดพ้นสายตาของทวยเทพทั้งหลาย
เทพเจ้าตนหนึ่ง: ขอให้พวกเราไปหาพระศิวะ
เทพเจ้าอีกตน: ใช่พวกเราต้องไปช่วยท่าน
พระศิวะยินดีที่ได้พบกับพวกเขาและได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น
พระพรหม : อย่ากังวล ข้าจะคุยเรื่องทั้งหมดกับเขาต่อไปนี้เอง เขาเป็นเพียงเด็กน้อย
พระพรหมไปเป็นทูตเพื่อสร้างความสงบสุข แต่พระองค์ยังไม่ได้โอกาสที่จะพูด  คเณศก็ปาคทาใส่พระองค์ พระพรหมได้ตระหนักถึงพลังของพระกุมารจึงอันตรธานหายไปในอากาศ
พระพรหม : โอ้ ! พระศิวะ ข้า...ข้าไม่สามารถ

This matter has gone too far. The boy has left us with no choice but to fight. Immediately lord Shiva called Nandi. Nandi take my ganas and teach a lesson to that boy. Immediately Brahma, Vishnu, Nandi and Ganas launched full fledged battle against the boy. When Parvati learned what was happening, she became furious. My husband had brought in so many great and powerful warriors to fight one small boy. I will not allow anything happen to my son. Parvati created two supernatural beings, Kali and Durga. Goddess Kali and Durga, I order you to destroy everyone. I order you to help my son who is been surrounded by the Gods and Ganas. The two beings rushed to the boy’s assistance. Kali swallowed up the enemy’s weapons and fired it back at them. Durga took the form of lighting and struck the enemy. The God and Ganas were thoroughly routed. They immediately returned to Kailash and apprised him of what had happened.

พระศิวะ : เหตุการณ์นี้เลยเถิดไปไกลมากแล้ว เด็กน้อยไม่เหลือตัวเลือกอื่นใดไว้ให้ นอกจากการต่อสู้
ทันทีทันใดนั้น พระศิวะจึงเรียกนนทิ
พระศิวะ : นนทิเอาพวกคณะเทพทั้งหลายของข้าไป และสอนบทเรียนให้กับเจ้าเด็กน้อยนั้น
ทันใดนั้นพระพรหม พระนารายณ์ นนทิ และคณะเทพทั้งหลายก็เริ่มสงครามอย่างเต็มรูปแบบเพื่อต่อต้านพระกุมาร เมื่อพระนางปารวตีได้เรียนรู้ว่าอะไรเกิดขึ้น พระนางก็โกรธจัด
ปารวตี : พระสวามีของข้าพานักรับทั้งหลายที่ยิ่งใหญ่และทรงอำนาจมากมายเพื่อสู้กับเด็กน้อยเพียงคนเดียว ข้าจะไม่ยอมให้สิ่งใด ๆ เกิดขึ้นกับลูกชายของข้า
พระแม่ปารวตีสร้างเทวภูติเทวีที่เหนือธรรมชาติทั้งสององค์คือ เจ้าแม่กาลี และทุรคาเทวีขึ้น
ปารวตี : เจ้าแม่กาลี และทุรคาเทวี ข้าของสั่งพวกเจ้าไปทำลายทุก ๆ ตน ข้าขอสั่งพวกเจ้าจงไปช่วยเหลือลูกของข้าผู้ซึ่งอยู่ในวงล้อมของเทพเจ้าและคณะเทพทั้งหลาย เทวภูติเทวีทั้งสองรีบเร่งไปเพื่อการช่วยเหลือพระกุมาร  เจ้าแม่กาลีกลืนอาวุธทั้งหลายของศัตรูเผาและส่งมันกลับคืนไปยังพวกศัตรู ส่วนทุรคาเทวี ใช้รูปแบบของสายฟ้าโจมตีศัตรู  ทวยเทพและคณะเทพพ่ายแพ้อย่างถ้วนหน้า ในทันทีพวกเข้ากลับไปที่ไกรลาสและอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น
 I cannot stand this anymore. I shall put an end to this menace right away. Everyone followed Shiva to the battlefield. The boy again started to attack. Shiva was astonished at the valour and the power of the boy. This boy is more than a match for the best of warriors. I can win him only by a cunning way. As Vishnu engaged the boy in ferocious battle. Shiva came up from behind and severed the boy’s head with his trident. The boy lay dead. There was dead silence for a moment. The next moment everyone cheered except for Shiva.
พระศิวะ : ข้าไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้ต่อไป ข้าต้องทำให้ภัยคุกคามนี้ยุติลงในทันที
ทุก ๆ คน ได้ติดตามพระศิวะไปที่สนามรบ พระกุมารก็เริ่มปะทะอีกครั้ง พระศิวะประหลาดใจในความกล้าหาญและพลังของพระกุมาร
พระศิวะ : เด็กน้อยนี้เกิน (กำลัง) ไปกว่าการต่อสู้สำหรับนักรบที่ดีที่สุด ข้าสามารถชนะเขาได้ด้วยวิธีที่ใช้กลโกงเท่านั้น
ในขณะที่พระนารายณ์กำลังเข้าต่อสู้กับพระกุมารในสนามรถอย่างดุเดือด พระศิวะมาจากทางด้านหลังและตัดหัวพระกุมารด้วยตรีศูลของพระองค์ พระกุมารล้มลงตาย ในช่วงที่ตายมีความเงียบชั่วขณะหนึ่ง ต่อมาในขณะที่ทุกคนยินดีเว้นแต่พระศิวะ....(เกิดอะไรขึ้นต่อไป ให้ผู้เรียนทุกคนช่วยกันแปล ในชั้นเรียน)
What have I done? How can I face Parvati now? Her son was mine too, and I have killed him. It was a mean and shameful thing to do. Soon Parvati heard the news and her grief had no bounds. The Gods and Ganas who killed my son by unfair means shall pay for this outrage with their lives. Out of anger Parvati called kali and Durga and ordered them to destroy everyone. They both immediately carried out the order. Kali and Durga devoured everyone whom they saw. The gods trembled. Finally, gods led by Brahma and Vishnu ran to Parvati. Mother Parvati please forgive us and summon your goddesses. We will do whatever you say. Have mercy on us. Please!
I have lost my son. If you restore him to life and give him an honorable status among the Gods I shall recall my powers- not otherwise! Gods returned to Shiva. Oh lord please revive the boy and save us. Shiva who was already feeling guilty immediately accepted to revive the boy. Ganas go and bring me the head of the first living being you find sleeping with his head turned towards the north.
Ganas went in different directions. Soon they came across an elephant sleeping facing northward. They cut of its head and brought to Shiva. Shiva placed the elephant’s head on the boy’s trunk and recited a mantra. The next moment the boy sat up as if getting up from sleep. Gods took him to Parvati. My son! I am glad so to see you alive. Parvati forgive me my arrogance. This brave boy you have created shall be a son of mine too. And I will make you the leader for all my ganas and will be addressed as Ganesha. From now on you shall be worshipped first, before all the other gods.  You shall be also called as Vighneswara-Remover of obstacles. Bless you my son. Thankyou Lord.

ศัพท์สำคัญ
Valour= ความกล้าหาญ Menace= การคุกคาม,ข่มขู่ arrogance= หยิ่ง,อหังการ,ความทะนง,จองหอง,อวดดี thoroughly routed= พ่ายแพ้อย่างถ้วนหน้า rushed to= รีบไปที่ ferocious battle= การต่อสู้ที่ดุร้าย surrounded by= ล้อมรอบด้วย cheered except for= เชียร์ยกเว้น engaged= มีส่วนร่วม astonished= ประหลาดใจ a cunning way= วิธีที่ฉลาดแกมโกง furious= โกรธ mission=ภารกิจ, คณะทูต, การเผยแพร่ศาสนา attendants= ผู้เข้าร่วมประชุม, บริวาร, คนรับใช้ a chance= โอกาส narrated= เล่า launched= เปิดตัว, เริ่ม, ยิง, ประกาศ full fledged battle= การต่อสู้ที่เต็มรูปแบบ instructed=คำสั่ง resumed= กลับมา, กลับคืนมา meanwhile= ในขณะเดียวกัน commotion= ความวุ่นวาย escaped= หนี, ลอด , หลบหลีก, หลบเลี่ยง realized= ตระหนัก vanished=หายไป, อันตรธาน, สูญสิ้น opponent=ปรปักษ์, คู่แข่ง, คู่อาฆาต injured= ได้รับบาดเจ็บ Assistance=ความช่วยเหลือ summon=เรียก, เรียกตัว, เรียกประชุม


วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

Welcome to Master's program in Thai language of NRRU University

😇 เปิดหลักสูตรปริญญาโท ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทยที่จังหวัดนครราชสีมา 



Master's program in Thai language, open in Nakhon Ratchasima  For teachers only


สำหรับครูเท่านั้น





Master's program in Thai language, open in Nakhon Ratchasima  For teachers only

วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2562

"อารามโสภา" กำพร้าพญานาคคุ้ม หรือนิทานแม่ปลาบู่ทองของอินเดีย




   😇นางอารามโสภา จากเรื่อง เดอะ เมจิก โกรฟว์ The Magic Grove ในหนังสือการ์ตูนรวมนิทานของลัทธิเ ชน Jain Stories ของสำนักพิมพ์อมรจิตรคาถา Amar Chitra Katha สำนักพิมพ์นิทานการ์ตูนในประเทศอินเดีย (ซึ่งในเล่มมีเรื่อง Vidyut Chora, The Magic Grove, The Adventures of Agad Datta, Sahasramalla& The King in a Parrot's Body เรียกว่า FABLES AND HUMOUR 5 IN 1 PACK หมายถึงนิทานร่วม 5 เรื่องในเล่มเดียว สั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ https://www.amarchitrakatha.com/int/ มีฉบับแปลอังกฤษด้วย)


   😇 ซึ่งในนิทานเชนหรือไชนะสามีนางอารามโสภาลงโทษแม่เลี้ยงใจร้าย และน้องสาวที่ปลอมเป็นนางแล้วก็อยู่กันอย่างมีความสุขแบบเรื่องปลาบู่ทองของไทย ตามอย่างเจ้าหญิงเจ้าชายตามขนบนางซินเดอเรลล่าของทั่วโลก

  😇แต่นิทานปุราณะของฮินดูกลับมีเรื่องต่อไปอีกว่า กล่าวว่าสามีนางอารามโสภาใช้พรที่นางอามารมโสภาได้รับจากพระเจ้าหรือพญานาคให้มีร่มไม้วิเศษเคลื่อนที่ปกคลุมไม่ให้นางได้รับความร้อนจากแดด (ไทยคือต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทอง) ไปสร้างนครในทะเล และคอยยกทัพบุกตีปล้นบ้านเมือง ต่าง ๆ เสร็จแล้วก็ยกทัพหนีไปที่นครกลางน้ำ (แพไม้?) จนร่ำรวย กลายเป็นอสูรร้าย และปรปักษ์ของพระเจ้า จนทำให้พระเจ้าโกรธ พระวิษณุจึงใช้จักรทำลายต้นไม้ทั้งหมดของนางอารามโสภาทำให้นครที่มั่งคั่ง และสามีนางอารามโสภาถึงแก่การอวสานลงไปในทะเล (นิทานฮินดูท้ายเรื่องนี้น่าจะได้รับอิทธิพลจากเรื่องอาลีบาบากับโจรทั้ง 40 คน)

















 😇ยักษ์ในวรรณกรรมสันสกฤตถือว่าเป็นพวกเทวดา ในศาสนาเชนหรือไชนะของอินเดียเรียกพวกเทพารักษ์ต่าง ๆ ว่ายักษ์ เช่นรุกขเทวดาที่มาช่วยนางอารามโสภา หรือนางปลาบู่ทองสำนวนอินเดียก็ว่าเป็นยักษ์พวกหนึ่ง ยักษ์หรือภูตไพรซึ่งมักปรากฏเป็นชายร่างใหญ่ใจดีมาช่วยมนุษย์น่าจะเป็นตำนานเล่าและนับถือในชนพื้นเมืองสมัยยุคก่อนพระเจ้าสุลัยมาน เมื่อพระเจ้าสุลัยมานหันมานับถือพระเจ้าองค์เดียวในสมัยนั้น เทพโบราณจึงถูกเปลี่ยนเป็นปีศาจไปหมด (สมัยที่ศาสนา ยิว คริสต์ และอิสลาม ยังไม่แบ่งแยกกันชัดเจน ตำนานพระเจ้าสุลัยมาน หรือมหากษัตริย์โซโลมอน คริสต์และอิสลามจึงใช้ร่วมกัน)




















หากภาพไม่สามารถเปิดได้สามารถอ่านได้ใน youtube และลิงก์ด้านล่าง



วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2562

เทศกาลสงกรานต์ทั้ง 4 ของชาวฮินดู

สงกรานต์ แขกเรียก "สังกรานติ" คือช่วงเวลาที่พระอาทิตย์โคจรจากราศีหนึ่งไปอีกราศีหนึ่งตามความเชื่อทางโหราศาสตร์ที่เกี่ยวกับ 12 ราศี ของอินเดียและกรีก ตามสุริยคติ ดังนั้นสงกรานต์ในทางโหราศาสตร์มีทุก ๆ เดือน แต่เทศกาลสงกรานต์ที่สำคัญของฮินดูมีแค่ 4 ตามฤดูกาลที่สำคัญซึ่งเกี่ยวกับสังคมเกษตรกรรมและการเพาะปลูกคือ

(อินเดียโบราณมี 6 ฤดู ไทยมี 3 ฤดู ปัจจุบันมี 2 คือวันที่ฝนตก กับไม่ตก)

1) มกระ สังกรานติ (โปงเคิล - ทมิฬ 15-18 มกรา 2019 แต่ มกระ สังกรานติ 15 มกรา 2019) เหมันตฤดู (หนาว) - ศิศิร ฤดู (หมอก น้ำค้าง ลม)
   😇 ช่วงมกราคม เป็นหน้าหนาวของอินเดีย แต่เป็นหน้าฝนของทมิฬนาฑู เทศกาลโปงเคิล คือเทศกาล บูชาพระอาทิตย์ เจ้าแม่ฝน (มะลัยอัมมัน 1 ในเจ็ดเทวีพี่น้องของนางมีนักษี หรืออุมาเทวีอวตารแห่งอินเดียใต้ ที่ถือว่าเป็นที่มาของสัปตมาตฤกาในอารยธรรมสินธุ ประมาณสามพันกว่าปีก่อน) และวันสุดท้ายมีการบูชาขอบคุณสัตว์เลี้ยงที่ช่วยงานเกษตรกรรม วัว ควาย ลา หรือม้า (ถือว่าเป็นปีใหม่ของชาวทมิฬ ที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง)

2) เมษะ สังกรานติ (ปุถานดุ -ทมิฬ 14 เมษา 2019) คิมหันตฤดู (ฤดูร้อน)
    😇 ทั้งอินเดียเหนือและใต้เป็นหน้าร้อน เทศกาลปุถานดุ ของทมิฬแม้จะไม่มีการสาดน้ำเหมือนสงกรานต์ไทย แต่ก็เป็นวันครอบครัว พบปะกัน มีการบูชาเทพเจ้าเป็นพิเศษเงียบ ๆ ในบ้าน และกินอาหารร่วมกัน โดยมากคนไม่ค่อยออกไปไหนเพราะร้อนมาก (น้ำน้อย น้ำไม่ไหล ต้องประหยัด) และที่อินเดียมีคนร้อนตายทุก ๆ ปี (บางคนก็ว่าปุถานดุก็เป็นปีใหม่ของทมิฬเช่นกัน ชาวทมิฬจึงมีปีใหม่สองครั้ง)

3) กรกะ สังกรานติ (ทักษิณยานะ 16 กรกฏา 2019 เฉพาะปีนี้ตรงกับ วันอาสาฬหบูชา) วรรษา ฤดู (ฤดูฝน)
    😇 เป็นวันบูชาพระนารายณ์เป็นพิเศษและการเริ่มต้นที่ดีของการฝึกสมาธิ

4) ตุละ สังกรานติ (ทีปวาลี 25-27 ตุลา 2019 แต่ตุละ สังกรานติ 17 ตุลา 2019)  สารทฤดู (ใบไม้ร่วง)
   😇 เทศกาลทีปวาลี หรือ "ดีวาลี" ก็ว่า เป็นเทศกาลบูชาพระลักษมี (เทวีแห่งความร่ำรวย ช่วงเริ่มเก็บเกี่ยวพืชผลขายแล้วรวย?) เป็นหลัก แต่ก็มีการบูชาเทพต่าง ๆ อีกหลายองค์ เช่นสรัสวดี เทวีแห่งความรู้ อักษรศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ พระคเณศ เทพแห่งปัญญาศิลปะ และความสำเร็จ หรือระลึกพระราม ธรรมราชาผู้เป็นพระนารายณ์อวตารซึ่งกลับมาอโยธยาในวันนี้ บางก็ว่าเป็นคืนเดือนมืดที่พญายมจะมาตรวจเยี่ยมดูคุณความดีของมนุษย์ จึงต้องจุดประทีปต้อนรับก็มี มีการบูชาเทพฮินดูอย่างใหญ่โต และมีการจุดพลุไฟเล่นทั่วเมือง อย่างน่ากลัว (ประเภทเอาพลุโอ่งหลายลูกใส่ถังพลาสติกหรือปี๊บเอาไปตั้งกลางถนน แล้วจุดไฟให้ระเบิด ในขณะที่คนยังเดินไปมาหนาแน่นในถนนหนทาง ซึ่งผู้เดินจะต้องรู้จังหวะกระโดดหลบเอาเอง)