วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

เรียนศัพท์อังกฤษจากการ์ตูนและเกมต่าง ๆ (2 หมวดชนเผ่า)

              


  Refer to: https://community.gamedev.tv/t/progress-gif-elven-resistance-my-glitch-garden-version/165112

            ไทร๊บ Tribe ชนเผ่า

ก็อด God พระเจ้า

กีอดส์ Gods เทพ เพศหญิงคือ ก็อดเดรส Goddess เทพธิดา นางฟ้า ศักติ เทพชายา

อาร์ค'เอนเจิล Archangel อัครเทวทูต เทวทูตชั้นสูงที่สำคัญมี 7 ตนประจำคุณความดีทั้งเจ็ด

เอนเจิล  Angel เทวทูต (ไม่ระบุเพศ) แต่ เมลเอนเจิล Male angel หรือ เอนเจินแมน Angel man คือ เทวทูตเพศชาย และฟีเมล เอนเจิล Female angel และเอนเจิลวูแมน Angel woman คือ เทวทูตเพศหญิง

วาลคีรี่ Valkyrie สตรีผู้รับใช้วิญญาณนักรบในสวรรค์วัลฮาลา Valhalla ในเกมคือกลุ่มเทพธิดานักรบ โดยมีผู้จับคู่ วาลคีรี่กับเบอร์เซิร์กเกอร์ Berserker (ผู้บ้าดีเดือด) ซึ่งมีที่มาจากตำนานนักรบของชาวเหนือที่รับใช้กษัตริย์ยุโรป ที่แปลงเป็นหมีได้ สามารถฆ่านักรบที่เก่งกาจของศัตรูได้มากกว่าห้าคน แต่ในการ์ตูนและเกมบางเรื่อง เบอร์เซิร์กเกอร์ Berserker เป็นอาชีพ หรือสถานภาพไม่ใช่ชนเผ่า

อเมซอน วอร์ริเออะเรส Amazon warrioress นักรบหญิงอเมซอนในตำนาน ผู้เป็นสตรีในเผ่าที่มีแต่ผู้หญิงเท่านั้น เพศชายคือ อเมซอน วอร์ริเออะ Amazon warrior นักรบอเมซอน หมายถึงนักรบเผ่าอเมซอนปัจจุบันที่เป็นชาย ในเผ่าที่มีทั้งหญิงและชาย

นิมป์ Nymph เทพธิดา เทวี ที่เป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ประจำต้นไม้ ดอกไม้ แม่น้ำ เทียบได้กับ นางอัปสร  โดยในตำนานนิมป์จะคู่กับเซเทอร์ เหมือนนางอัปสรกับเหล่าคนธรรพ์ แม้ว่าจะมีคนธรรพ์เพศหญิง คือ คันธรฺวี (1 ลูกสาวของคนธรรพ์ทั้งหลาย หรือ 2 เทพมารดาผู้ให้กำเนิดม้า ชายาของฤๅษีกัศยปเทพบิดา)

ดรายแอด Dryad นางไม้เป็นชนิดหนึ่งของนิมป์ที่เป็นวิญญาณประจำต้นไม้ มีแต่เพศหญิงเท่านั้น

เอลฟ์ Elf ภูตป่า เพศหญิงคือ เอลเฟส Elfess เอลไมเดน Elf maiden เอลฟ์ เลดี้ Elf lady

ญิน dijinn หรือ จินนี่ jinni/ genie ภูตผีร้าย เกิดจากไฟ ในเกม ภูตผีที่มีเวทมนต์ รับใช้มนุษย์ เพศหญิงคือ ฟีเมล จินนี่ Female genie จินนี่เกริล Genie girl

แฟรี่ Fairy อมนุษย์รูปร่างเหมือนคนแคะขนาดเล็กมีปีเหมือนแมลงหรือผีเสื้อบินได้ มีอำนาจควบคุมธรรมชาติ หลบซ่อน และไม่เป็นภัยกับมนุษย์

เซเทอร์ Satyr อมนุษย์ครึ่งแพะ มีร่างเป็นคนมีเขา หู และท่อนล่างเป็นแพะ เทียบได้กับ คนธรรพ์ มีเพศหญิงคือ เซเทรส Satyress

เซนทอร์ Centaur อมนุษย์ที่มีท่อนบนเป็นคนท่อนล่างเป็นม้า เทียบได้กับ กิมปุรุษะ มีเพศหญิงคือ เซนทอเรส Centauress or เซนทอไรด์ Centaurides เทียบได้กับ กิมปุรุษี

ฮาร์ปี่ Harpy อมนุษย์มีหัวเป็นคน ตัวเป็นนก ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง เทียบได้กับ กินรี  หรือตัว อรหันเพศหญิง ถ้าเป็นชายคือ เมล ฮาร์ปี่ Male harpy เทียบได้กับ กินนร หรือ ตัวอรหัน

ฟิกซี่ Pixie อมนุษย์รูปร่างเหมือนคนแคะขนาดเล็กมีปีเหมือนแมลงหรือผีเสื้อบินได้ ชอบล่อลวงและกินมนุษย์

ดวอร์ฟ Dwarf คนแคระ เทียบได้กับ เทพคณะของฮินดู เพศหญิงคือ ดวอร์ฟ วูแมน Dwarf woman

ก๊อบลิน Goblin อมนุษย์รูปร่างส่วนใหญ่รูปร่างเหมือนคนแคะ แต่มีบางตัวที่ตัวใหญ่ ผิวเขียว กินคนและจับผู้หญิงมนุษย์มาข่มขืนเมื่อสร้างทายาทได้ เพศหญิงคือ ก๊อบลิเนส Gobliness

เล็ปพรีคอน  leprechaun อมนุษย์รูปร่างเหมือนคนแคระมีเวทมนต์ มีความเชื่อว่าสายรุ้งสามารถได้จากหม้อทองคำที่เล็ปพรีคอนซ่อนไว้ ในตำนานไอริซเดิมไม่มีเล็ปพรีคอนเพศหญิง แต่ในการ์ตูนมี ฟีเมล เล็ปพรีคอน Female leprechaun

ไททัน Titan เทพอสูร ที่เคยเป็นเทวดาบนสวรรค์บนเขาโอลิมปัสมาก่อนเทพกรีกมีราชาปกครองคือ โครนอส Cronus เทพแห่งกาลเวลา ต่อถูกเทพกรีก ซีอุส Zeus ลูกของโครนอสโค่นล้มอำนาจและขับไล่พ่อและเทพอสูรไททันทั้งหมดไปอยู่ในคุกทาร์ทารัส Tartarus ในเหวลึกใต้โลก  แต่เทพอสูรไททันบางส่วนเป็นแม่มดที่มีสัมพันธ์สวาทกับเหล่าเทพ ชายาของเทพ คนรับใช้ของเทพ เทวีองค์สำคัญ บางตนไม่ได้อยู่บนเขาโอลิมปัส และบางตนเป็นอมนุษย์ที่สำคัญในตำนานกรีก จึงไม่ได้ถูกขับไล่ไปอยู่คุกทาร์ทารัส ทำให้บางตนยังคงเป็นเทพกรีก ในเกมหรือการ์ตูนเป็นเผ่ามนุษย์ยักษ์กินคนเผ่าพันธุ์หนึ่ง ไททันเพศหญิงคือ ไททาเนส Titaness

ไจแอนท์ Giant อมนุษย์รูปร่างเหมือนคนตัวใหญ่เท่าต้นไม้หรือภูเขายักษ์  เพศหญิงคือ ไจแอนเทส Giantess

ไซคลอปส์ Cyclops ยักษ์ตาเดียว กินคน เป็นลูกหลานของเทพโปรไซดอน กับนางอัปสร เพศหญิงคือ ฟีเมล ไซคลอปส์ Female cyclops

โอเกอร์ Ogre ยักษ์กินคน ผีปอบ เพศหญิงคือ โอเกรส Ogress เทียบได้กับ ผีปอบเพศหญิง นางผีเสื้อ นางยักษ์

โทรล Troll ยักษ์กินเนื้อคน และสัตว์ที่ถูกแสงอาทิตย์แล้วจะกลายเป็นหิน เพศหญิงคือ โทรลเลส Trolless

เดวิล Devil อสูร มาร ศัตรูของพระเจ้า ศัตรูของเหล่าเทพ เพศหญิง เดวิเลส Deviless เดวิลเกริล Devil girl

เดมอน Demon อสูร ปีศาจ เพศหญิงคือ เดโมเนส Demoness

มอนสเตอร์ Monster อสูรกาย เพศหญิงคือ ฟีเมล มอนสเตอร์ Female Monsters หรือ มอนสเตอเรส Monsteress

บีสทฺ Beast สัตว์ร้าย สัตว์เดรัจฉาน

เดมอนคิง Demon king จอมมาร เพศหญิง เดมอน ควีน Demon queen ราชินีปีศาจ

(อีเวล Evil มาร , ชั่วร้าย เพศหญิงคือ อีเวล เกริล Evil girl เพศชาย อีเวล บอย Evil boy – ไม่ใช่ชนเผ่า)

ใมติเคิล ครีเอเชอร์ Mythical creature สัตว์อสูร สัตว์ในตำนาน เพศหญิงคือ ฟีเมล  ใมติเคิล ครีเอเชอร์ Female Magical Creatures

ดรากอน  Dragon มังกร เพศหญิงคือ ดรากอนเนส Dragoness หรือ ฟีเมล ดรากอน Female dragon

ฟินิกซ์ Phoenix เพศหญิงคือ พีเมล ฟีนิกซ์ Female phoenix

เมอร์เมด Mermaid นางเงือก มีอีกชื่อว่า Sea witch แม่มดทะเล แต่ปัจจุบันหมายถึง แม่มดครึ่งปลาหมึก ในเรื่อง little mermaid ลิเติลเมอร์เมด เพศชายคือ เมอร์แมน Merman คือ เงือกเพศชาย

ไซเรน Siren เป็นธิดาหรือแม่มดทะเลมีเพศหญิงเท่านั้น แต่มีสองจำพวก 1 พวกเหมือนนางเงือก เพศชายคือ ทรีออน Trion (เดิมเป็นลูกชายที่เป็นเงือกของเทพโปรไซดอน ต่อมาใช้ในความหมายของเงือกเพศชายอื่น ๆ ด้วย)  2 พวกเหมือนกินรีหรือฮาร์ปี่ เพศชายคือ เมล ไซเรน Male siren ในการ์ตูนปัจจุบัน

แว็มไพร์ Vampire  ผีดูดเลือด ปอบ เพศหญิงคือ แว็มไพเรส Vampiress

ซอมบี้ Zombie ผีดิบ เพศหญิงคือ ซอมบี้เกริล Zombie girl ซอมบี้วูแมน Zombie woman

กริม รีปเปอร์ Grim Reaper ยมทูต เพศหญิงคือ เลดี้แมคเดธ Lady MacDeath ในตำนาน

ซักคิวบัส Succubus เป็นปีศาจเข้าฝันพระหนุ่มหลอกให้เสียศีล ขโมยพลังชีวิตจากการมีเพศสัมพันธ์ เพื่อให้กำเนิดปีศาจร้าย เพศชายคือ อินคิวบัส Incubus มักหลอกให้หญิงสาวหลงละเมอไปในป่า หรือลักหลับในบ้านของหญิงมนุษย์จนตั้งครรภ์ได้ลูกเป็นครึ่งปีศาจ พ่อมด หรือแม่มด

เวอร์วูล์ฟ Werewolf มนุษย์หมาป่า เพศหญิงคือ เวอร์วูล์เฟส Werewolfess

ฮูแมน Human หรือ man มนุษย์ เพศหญิงคือ วูแมน Woman

โฮมังคิวลัส หรือ โฮมุนคลุส Homunculus มนุษย์เทียมที่สร้างขึ้นจากการเล่นแร่แปลธาตุ เพศหญิงคือ ฟีเมล โฮมังคิวลัส  Female homunculus

โกเลม Golem หุ่นหรือมนุษย์เทียมที่สร้างจากเวทมนต์ และวัสดุต่าง ๆ ตามธรรมชาติ เช่น ก้อนหิน ดิน และดินโคลน เพศหญิงคือ โกเลเมส Golemess

โคลน Clon มนุษย์โคลนที่สร้างจากกระบวนการโคลนนิ่ง Cloning จากเซลบางส่วนของมนุษย์ที่เป็นต้นกำเนิดในทางวิทยาศาสตร์ โดยที่ตัวโคลนจะเหมือนกับมนุษย์ที่ให้เซลต้นกำเนิดยิ่งกว่าฝาแฝด แต่มีการโคลนนิ่งที่เกิดจากเวทมนต์ในการ์ตูน เพศหญิง โคลนนิ่ง วูแมน Cloning woman

เอเลี่ยน Alien มนุษย์ต่างดาว สัตว์หรือพืชต่างถิ่น คนต่างด้าว เพศหญิง เอเลียน วูแมน Alien woman

ลิซาร์ด แมน lizard man มนุษย์กิ้งกา เพศหญิง คือ ลิซาร์ด วูแมน lizard woman

ดราโกนิวท์ Dragonewt มนุษย์มังกร (ไม่ระบุเพศเป็นศัพท์ใช้ได้ทั้งหญิงและชาย)

แคมเบียน Cambion มนุษย์สายเลือดปีศาจ ,มนุษย์ปีศาจ ลูกหลานของอินคิวบัส ซักคิวบัส ซาตาน และปีศาจต่าง ๆ (ไม่ระบุเพศเป็นศัพท์ใช้ได้ทั้งหญิงและชาย)

เนฟิลิม Nephilim มนุษย์สายเลือดเทพตกสวรรค์ มีรูปร่างใหญ่โตเหมือนยักษ์ (ไม่ระบุเพศเป็นศัพท์ใช้ได้ทั้งหญิงและชาย)

เดมีก๊อด Demigod หรือ เซมีก๊อด Semigod มนุษย์กึ่งเทพ หรือเทพชั้นรอง อย่างพวก ครุฑ นาค คนธรรพ์ วิทยาธร ฯลฯ ในป่าหิมพานต์ เทพที่อยู่ในโลกมนุษย์ อย่างพระภูมิเจ้าที่ เทพารักษ์ เทพทวารบาล หรือเทพในสวรรค์ชั้นจตุมหาราชิกา เพศหญิงคือ เดมีก๊อดเดส Demigoddess หรือ เซมี ก๊อดเดส Semigoddess

เมต้าฮูแมน Metahuman ยอดมนุษย์ ในการ์ตูนคือมนุษย์กลายพันธุ์จาก เมต้ายีน Metagene ทำให้ได้รับพลังพิเศษต่าง ๆ มนุษย์ที่ได้พลังเหนือมนุษย์ มีคำไวพจน์คือ ซุปเปอร์ฮูแมน Superhuman  (ไม่ระบุเพศเป็นศัพท์ใช้ได้ทั้งหญิงและชาย)

มิวแทนท์ Mutant กลายพันธุ์ ในการ์ตูนคือมนุษย์กลายพันธุ์จาก มิแทนท์ยีน Mutant gene มิวต้ายีน Mutageneหรือเอ็กซ์ยีน X gene ทำให้ได้รับพลังพิเศษต่าง ๆ มนุษย์ที่ได้พลังเหนือมนุษย์ โดยมีมิวแทนท์ที่เป็นการ์ตูนที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ เอ็กซ์แมน X-men (ไม่ระบุเพศเป็นศัพท์ใช้ได้ทั้งหญิงและชาย)

อินฮูแมน Inhuman อมนุษย์ ไร้มนุษยธรรม ในการ์ตูนหมายถึงอมนุษย์ หรือมนุษย์พวกหนึ่งที่มียีนของอินฮูแมน ที่เกิดจากบรรพบุรุษที่พวกมนุษย์ต่างดาว (กี) จับตัวไปทดลองดัดแปลงพันธุ์ แต่พลังวิเศษของลูกหลานจะตื่นขึ้นเมื่ออาบหมอกเทอร์ริเจนท์ Terrigen mist เท่านั้นไม่ตื่นขึ้นเองเหมือนมนุษย์กลายพันธุ์พวกอื่น (ไม่ระบุเพศเป็นศัพท์ใช้ได้ทั้งหญิงและชาย)

นิวก๊อด New gods พระเจ้าใหม่ เทพใหม่ ในการ์ตูนหมายถึง มนุษย์ต่างดาวที่มีพลังระดับจักรวาล หรือพระเจ้า เพศหญิงคือ นิวก๊อดเดส New goddess

อีเทอร์นอล Eternal อมต (ชน) เทียบได้กับเทวดา เช่น เซอร์ซี (แม่มด-ธิดาอสูรไททันกรีก) กิลกาเมซ Kilkamas (โอรสสวรรค์บาบิโลน)

เดเวียนท์ Deviant  เบี่ยงเบน (ชน) เทียบได้กับอสูร เช่น ทานอส Thanos (มาจากทานาทอส Thanatos เทพแห่งความตายกรีก)

ซีเลสเทียล Celestial สวรรค์ (ชน) เทียบได้กับเทพผู้สร้าง เช่น เทียมัท Tiamat (เทพมารดาแห่งน้ำบาบิโลน)

คอสมิก บีอิ้ง Cosmic being สิ่งมีชีวิตระดับพลังคอสมิก เช่น ฟีนิกซ์ ฟอร์ซ (พลังนกฟินิกซ์) อีโก้ เดอะลิงวิ่ง แพนเน็ท Ego the living planet เคออส คิง Chaos king (ราชาแห่งความโกลาหล) Death (ความตาย) Eternity (นิรันดร์) กาแล็คตัส Galactus (ชาย-ผู้กินดวงดาว มาจาก กาแล็คติก Galactic เกี่ยวกับกาแล็คซี่) กาแล็คต้า (หญิง-ผู้กินดวงดาว)

วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

เรียนศัพท์อังกฤษจากการ์ตูนและเกมต่าง ๆ (1 หมวดอาชีพ)

เนโครแมนเซอร์ Necromancer หมอผี, พ่อมด, ผู้วิเศษ ในเกมหมายถึงนักเวทย์ที่ใช้ศาสตร์มืด ที่ควบคุมผีดิบ

ชาแมน  Shaman หมอผี ดังนั้น Shaman King แปลว่า ราชาหมอผี

ซอร'เซอเรอะ Sorcerer  หมอผี, พ่อมด, ผู้วิเศษ, ผู้เล่นกล 

ซอร'เซอเรอะ สุพรีม Sorcerer supreme ผู้วิเศษสูงสุด 

เมจิกเชียน Magician นักเวทย์ นักมายากล

วิซาร์ด Wizard พ่อมด หรือ วิทเชอร์ Witcher ในเกมและละครฝรั่งวิทเชอร์เป็นนักล่าปีศาจ หรืออสูรกายที่มีเวทมนต์ที่ใช้สำหรับการต่อสู่เท่านั้น โดยเฉพาะเรื่อง เดอะวิทเชอร์ The witcher

วิทช์ Witch แม่มด เช่น สการ์เล็ต วิทช์ Scarlet witch แม่มดสีเลือด (หมู), แม่มดสีแดงสด

เอนเชนเตรส Enchantress หญิงผู้มีเสน่ห์ , แม่มด

ซอร์ดมาสเตอร์ Sword Master  จอมดาบ ปรมาจารย์ดาบ

กิลด์ มาสเตอร์ Guild Master หัวหน้ากิลด์ ในเกมหมายถึงหัวหน้าสมาคมนักผจญภัย

กิลด์ Guild สหพันธ์ สมาคม ในเกมหรือการ์ตูนหมายถึง สมาคมนักผจญภัย สมาคมนักเวทย์ ฯ

เมอเชินทฺฺ  Merchant  พ่อค้า

ไวท์สะมิธ Whitesmith ช่างชุบเหล็ก ช่างดีบุก

แบล็คสะมิธ Blacksmith ช่างตีเหล็ก

อัลเชมิสต์ Alchemist นักเล่นแร่แปรธาตุ

อะพอธ'ธิคารี Apothecary นักปรุงยา เภสัชกร

แวร์ริเออร์ Warrior นักรบ

วันเดอร์เรอร์ Wanderer ผู้พเนจร

แอดแวนเชอเรอร์ Adventurer นักผจญภัย

ซัมมอนเนอร์ Summoner นักอัญเชิญ ในเกมหมายถึง ผู้ฝึกสัตว์ อสูร ปีศาจ ที่สามารถเรียกหรืออัญเชิญสัตว์ อสูร ปีศาจมาใช้ต่อสู้ได้

ไนท์ Knight อัศวิน

พาลาดิน Paladin อัศวิน นักรบ, ผู้กล้าหาญ, ขุนพล ในเกมหมายถึงอัศวินศักดิ์สิทธิ์ผู้รับใช้ศาสนาจักร

ครูเซเดอร์ Crusader นักรบในสงครามครูเสด ผู้ทำสงครามศาสนา ในเกมหมายถึงอัสวินศักดิ์ที่มีหน้าที่ปกป้องทีมผจญภัย

แพนเซอร์ Panzer  ยานเกาะ ในเกมหมายถึงนักรบแถวหน้าคล้ายแท๊งค์ Tank

แท๊งค์ Tank ถัง, รถถัง, บ่อน้ำ, ทะเลสาบ ในเกมหมายถึงนักรบที่ใช้พุ่งชนปะทะกับศัตรู

ดีสตรอยเยอร์ Destroyer ผู้ทำลาย ในเกมหมายถึงนักรบสายโจมตี

ทีฟ Thief ขโมย

แบนดิท Bandit โจร

รอบเบอร์ robber โจรปล้นสะดม

มอร์เดอเรอร์ murderer ฆาตกร ผู้ฆ่าคนโดยเจตนา

ริพ'เพอะ Ripper ผู้ฉีก, ผู้ตัด, ผู้เจาะตะเข็บ, สิ่งที่ทำให้ฉีกขาด, ผู้ฆ่า (โดยเฉพาะฆาตกรที่หั่นศพของเหยื่อที่ถูกฆ่า) , เครื่องรื้อหลังคา, คนที่ดีที่สุด

ฮันเตอร์ Hunter นักล่า

คิลเลอร์ Killer ผู้ฆ่า นักฆ่า 

สเลเยอร์ Slayer ผู้ฆ่า นักฆ่า

ดรากอน สเลเยอร์ Dragon slayer นักฆ่ามังกร

ก๊อด สเลเยอร์ God slayer นักฆ่าเทพ

เดมอน สเลเยอร์ Demon slayer นักฆ่าปีศาจ

มอนสเตอร์ สเลเยอร์ Monster slayer นักฆ่าอสูรกาย

แอสแซสซิน Assassin นักฆ่า นักลอบสังหาร

สปาย Spy สายลับ 

ฮังแมน  Hangman หรือ เฮดซแมน Headsman เพชฌฆาต

พรีสทฺ Priest บาทหลวง, เจ้าอาวาส

มังคฺ Monk นักบวช

เซนต์ Saint นักบุญ

เซจ Sage คนฉลาด นักปราชญ์, บัณฑิต คำไวพจน์ ซะวานต์ Savant ไวซ แมน wise man

อาร์เชอร์ Archer ผู้ใช้ธนู นักยิงธนู

เซเบอร์ Saber ดาบ กระบี่ (ผู้ใช้ดาบ นักดาบ)

ไรเดอร์ Rider ผู้ขับขี่

แลนเซอร์ Lancer ผู้ใช้หอก

เบอร์เซอร์เกอร์ Berserker ผู้บ้าดีเดือด (นักรบผู้ทรงพลัง)

แคสเตอร์ Caster ผู้ใช้เวทย์ (Charm caster = charm (เสน่ห์, เวทมนต์) + caster (ผู้สำเร็จ) ผู้สำเร็จเวทย์)

ชิลเดอร์ Shielder ผู้ใช้โล่ นักรบสายแท๊งค์ 

ฮีลเลอร์ (Healer) ผู้รักษา หมอ 

เซอร์แวนท์ Servant คนรับใช้

สแลฟ Slave ทาส

ลอร์ด Lord เจ้าผู้ปกครอง, พระราชา

...................

หมายเหตุ : ในวรรณกรรมบางเรื่องพ่อมดแม่มดเป็นแต่กำเนิด (พ่อมดแม่มดแท้เป็นลูกของปีศาจ) เหมือนเป็นเผ่าพันธุ์ แต่การ์ตูนส่วนหนึ่งว่ามาจากฝึกฝนพรสวรรค์ด่านเวทมนต์ที่อาจจะมีและไม่มีในแต่ละบุคคลที่อาจจะต้องศึกษามนต์ ไสยศาสตร์ ดูเหมือนเป็นอาชีพในเกมหลายเกมด้วย

วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

เซียนหรือฤๅษีของจีน

   🌟เซียน (จีน: 仙/仚/僊, Daoist immortal) ในลัทธิเต๋าหมายถึงถึงนักสิทธิ์ ผู้บรรลุถึงอมตภาพทางวิญญาณและร่างกายจนกลายเป็นเทพเจ้าต่าง ๆ


    💥คัมภีร์จงลฺหวี่ฉวนเต้าจี๋ (鐘呂傳道集) ของจงลฺหวี่ ที่ต่อมาถูกอ้างว่าเป็นคัมภีร์ที่จงหลี ฉวน และลฺหวี่ ต้งปิน เซียน 2 ตนในกลุ่มแปดเซียนเป็นผู้ประพันธ์ขึ้น ได้จำแนกเซียนออกเป็น 5 ชั้น ได้แก่

1.กุ่ยเซียน (鬼仙) เซียนผี คือคนที่มีพลังหยินมากเกินไป และต้องสูบพลังหยางจากแก่นแท้ของสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ เพื่อให้พลังหยินหยางสมดุลในการฝึกเซียน มีลักษณะคล้ายผีดูดเลือด (แวมไพร์) ดังเช่น ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง ปีศาจภูตพิณ ปีศาจไก่เก้าหัว ฯลฯ ในวรรณคดีจีนเรื่องห้องสิน หรือเฟิงเฉิน (封神) อาศัยอยู่ในภูมิของผี เปรียบได้กับปีศาจ ภูตผี พวกอสูร อสูรพรหม และพวกมารต่าง ๆ

ภาพ หูเซียน (胡仙;狐仙) หรือเซียนจิ้งจอก

2.เหรินเซียน (人仙) เซียนคน หรือเซียนมนุษย์ คือมนุษย์ที่มีพลังยินหยางอย่างสมดุล จนมีชีวิตเป็นอมตะได้ ไม่แก่ (บางตำนานว่า แค่แก่ชราช้า และมีอายุยืนยาวนานกว่าคนปกติ) ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย แต่ยังมีความหิวกระหายและต้องการเครื่องนุ่งห่มอย่างมนุษย์ทั่วไป อาศัยอยู่ร่วมกับคนทั่วไป เปรียบได้กับนักบวช และฤๅษีต่าง ๆ ที่บรรลุธรรมชั้นต้น


3.ตี้เซียน (地仙) เซียนพื้นพิภพ เมื่อพลังหยินเปลี่ยนไปเป็นพลังหยางอย่างสมบูรณ์ ได้พลังฉี (ปราณทิพย์) จากธรรมชาติร่างกายจะอยู่ได้โดยไม่ต้องกินอาหาร น้ำดื่ม หรือเสื้อผ้า ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ใส่เสื้อผ้าทิพย์  อาศัยอยู่ในพื้นที่สันโดษในโลก เปรียบได้กับนักบวชและฤๅษีต่าง ๆ ที่บรรลุธรรมชั้นสูง

阿難。彼諸眾生。堅固服餌而不休息。食道圓成。名地行仙。
"(พระ) อานนท์" สรรพสัตว์ผู้เสพอาหารทิพย์ (ฟูเออร์ 服餌) เป็นนิตย์ จนไม่ต้องต้องกินอาหารอีก (หลอดอาหารกลายเป็นกลม) เรียกว่า ตี้ (ซิง) เซียน (地(行)仙)" จาก คัมภีร์ ศูรังคม สูตร शूरङ्गम सूत्र (大佛頂首楞嚴經) เล่ม 8 บทที่ 16

4.เสินเซียน (神仙) เซียนเทพ ในขั้นการฝึกตนเป็นเซียนนี้ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นไอ และสามารถแปลงร่างเป็นสิ่งใดก็ได้ ยังอาศัยอยู่ในโลกเพื่อสอนเต๋าแก่มนุษย์ อาศัยในโลกวิญญาณ เมื่อสั่งสมบุญจนเพียงพอคือได้ไปโปรดสัตว์ช่วยเหลือชาวบ้าน ก็จะได้รับอาณัติสวรรค์ให้เลื่อนขั้นไปอยู่บนสวรรค์ เปรียบได้กับเทพชั้นรอง

💥โดยคัมภีร์ ศูรังคม สูตร शूरङ्गम सूत्र (大佛頂首楞嚴經) ต้นฉบับพุทธศาสนามหายานกล่าวถึงแนวทางคำสอนของลัทธิเต๋าที่กล่าวถึงลักษณะของเซียนเพิ่มเติมก่อนถึงขั้นเทียนเซียนว่า



阿難。復有從人。不依正覺修三摩地。別修妄念。存想固形。遊于山林人不及處。有十種仙。
(ดูก่อน) อานนท์ มีสรรพสัตว์จำนวนมาก แทนที่จะบำเพ็ญภาวนาสัมมาทิฏฐิแห่งโพธิปัญญาการบรรลุธรรมที่ถูกต้อง แต่ปฏิบัติ (อมตะ) ผิด ๆ และตามความคิดผิด ๆ นั้น ย่อมรักษาทัศนะและกายทั้งหลายของพวกเขาไว้ ย่อมชอบอยู่ตามภูเขา อยู่ในป่าและสถานที่ที่ไม่เอื้ออำนวย เซียน (ฤๅษี) เหล่านี้มีสิบจำพวก จาก คัมภีร์ ศูรังคม สูตร शूरङ्गम सूत्र (大佛頂首楞嚴經) เล่ม 8 บทที่ 16
  
4.1 เฟ (ซิง) เซียน (飛(行)仙 "เซียนบินได้") – เซียนผู้สร้างพลังฉี (ปราณทิพย์) จากการกินสมุนไพรและพืชวิเศษบางชนิด
堅固草木而不休息。藥道圓成。名飛行仙。
"เสพสมุนไพร พืช และยาวิเศษเป็นนิตย์ ชื่อว่า เฟ (ซิง) เซียน (飛(行)仙 คือเซียนบินได้" จาก คัมภีร์ ศูรังคม สูตร शूरङ्गम सूत्र (大佛頂首楞嚴經) เล่ม 8 บทที่ 16

4.2 หยู่ (ซิง) เซียน (遊(行)仙 "เซียนอมตะสัญจร") – เซียนผู้ดูดซับพลังฉี จากแร่ธาตุ หินมีค่า และโลหะวิเศษ
堅固金石而不休息。化道圓成。名遊行仙。
"เสพ (พลังปราณทิพย์) จากหินวิเศษ จน (ตันเถียนแห่ง) เต๋ากลมมน เรียกว่า หยู่ (ซิง) เซียน (遊(行)仙 เซียนอมตะสัญจร" จาก คัมภีร์ ศูรังคม สูตร शूरङ्गम सूत्र (大佛頂首楞嚴經) เล่ม 8 บทที่ 16

    4.3 กง (ซิง) เซียน (空(行)仙 "เซียนแห่งความว่างเปล่า") – เซียนผู้ทำให้พลังฉีและแก่นแท้ (ตันเถียน) สมบูรณ์แบบโดยไม่หยุดนิ่ง ไม่ว่าจะเป็นตอนเคลื่อนไหวและนิ่งสงบ
堅固動止而不休息。氣精圓成。名空行仙。
" ขับเคลื่อน (พลังฉี) อย่างเป็นนิตย์ จนแก่นแท้ (ตันเถียน) แห่งพลังฉี (ปราณทิพย์) กลมมนบริสุทธิ์สมบูรณ์ ชื่อว่า กง (ซิง) เซียน (空(行)仙 เซียนแห่งความว่างเปล่า"  "จาก คัมภีร์ ศูรังคม สูตร शूरङ्गम सूत्र (大佛頂首楞嚴經) เล่ม 8 บทที่ 16

5.เทียนเซียน (天仙) เซียนสวรรค์ คือวิญญาณอมตะที่ถูกรับขึ้นสวรรค์ ในระยะแรกจะได้ปกครองน้ำ (ฝนในสวรรค์ ?) ต่อมาจะได้รับมอบหมายให้ปกครองโลกและสวรรค์ตามลำดับ สามารถท่องเที่ยวไปมาระหว่างโลกกับสวรรค์ได้ เปรียบได้กับเทพเทวดาชั้นสูง พระอรหันต์ หรือการบรรลุโมกษะในศาสนาพราหมณ์

堅固津液而不休息。潤德圓成。名天行仙。
"เสริมสร้างธาตุน้ำ (ของเหลว) ในร่างกายเป็นนิตย์ ได้รับคุณธรรมที่สมบูรณ์ ได้ชื่อว่า เทียน (ซิง) เซียน (天 (行) 仙) จาก คัมภีร์ ศูรังคม สูตร शूरङ्गम सूत्र (大佛頂首楞嚴經) เล่ม 8 บทที่ 16

    💥โดยคัมภีร์ ศูรังคม สูตร शूरङ्गम सूत्र (大佛頂首楞嚴經) ต้นฉบับพุทธศาสนามหายานกล่าวถึงแนวทางคำสอนของลัทธิเต๋าที่กล่าวถึงลักษณะของเซียนเพิ่มเติมต่อจากเทียนเซียนว่า





5.1 ทง (ซิง) เซียน (通(行)仙 "เซียนผู้ทะลุทะลวง") –เซียนที่ฝึกฝนการเสริมพลังของแก่นแท้ (ตันเถียน) ให้บริสุทธิ์อยู่เสมอ

堅固精色而不休息。吸粹圓成。名通行仙。
"กลั่น (รัศมี) สี (แห่งปราณทิพย์) เป็นนิตย์ จนดูดซับ (พลังปราณทิพย์) โดยสมบูรณ์ เรียกว่า ทง (ซิง) เซียน (通(行)仙 "เซียนผู้ทะลุทะลวง " จาก คัมภีร์ ศูรังคม สูตร शूरङ्गम सूत्र (大佛頂首楞嚴經) เล่ม 8 บทที่ 16

5.2 เต้า (ซิง) เซียน (道(行)仙"เซียนแห่งเต๋า") – เซียนที่บรรลุการอยู่เหนือว่า คาถา และรหัสลับ ทั้งปวง ไม่จำเป็นต้องใช้เวทย์ผ่านการท่องคาถาและยันต์ต่าง ๆ มีอำนาจทิพย์เป็นนิรันตร์

堅固咒禁而不休息。術法圓成。名道行仙。
"ฝึกพลังวิญญาณอยู่เป็นนิตย์ จนใช้เวทย์ได้สมบูรณ์แบบ ได้เชื่อว่า เต้า (ซิง) เซียน (道(行)仙 เซียนแห่งเต๋า"จาก คัมภีร์ ศูรังคม สูตร शूरङ्गम सूत्र (大佛頂首楞嚴經) เล่ม 8 บทที่ 16

5.3 เจ้า (ซิง) เซียน (照(行)仙 "เซียนผู้ส่องสว่าง") – เซียนผู้บรรลุถึงความมีชัยผ่านช่วงเวลาแห่งความคิดและความทรงจำที่คงที่เป็นนิรันตร์ ปราศจากความหลงลืม และระลึกชาติได้

堅固思念而不休息。思憶圓成。名照行仙。
"พิจารณาความคิดอย่างลึกซึ้งอยู่เป็นนิตย์ จนคิดต่าง ๆ ได้เต็มที่ (และสติปัญญา มั่นคงสมบูรณ์นิรันดร์) ได้ชื่อว่า เจ้า (ซิง) เซียน (照(行)仙 เซียนผู้ส่องสว่าง"" จาก คัมภีร์ ศูรังคม สูตร शूरङ्गम सूत्र (大佛頂首楞嚴經) เล่ม 8 บทที่ 16

5.4 จิง (ซิง) เซียน 精(行) 仙 "เซียนแก่นแท้วิญญาณ") – เซียนผู้เชี่ยวชาญต่อการควบคุมและตัดสิ่งเร้าและการตอบสนองต่อกามารมณ์

堅固交遘而不休息。感應圓成。名精行仙。
"ฝึกพลังหยินหยาง (จากหัวใจและไต?)ให้เป็นนิตย์  จนการตอบสนองสมบูรณ์ เรียกว่า จิง (ซิง) เซียน 精(行) 仙 เซียนแก่นแท้วิญญาณ" จาก คัมภีร์ ศูรังคม สูตร शूरङ्गम सूत्र (大佛頂首楞嚴經) เล่ม 8 บทที่ 16

หมายเหตุ: มีผู้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ หยินหยาง และหัวใจและไต ของจิง (ซิง) เซียน

5.5 เฉีย (ซิง) เซียน (絕(行)仙 "เซียนอมตะอย่างแท้จริง") – เซียนที่ "บรรลุโมกษะ" และความเป็นอมตะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบด้วยการเข้าสู่พลังธรรมชาติที่ผันแปรอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

堅固變化而不休息。覺悟圓成。名絕行仙。
"ฝึกการผันแปร (พลังหยินหยาง) เป็นนิตย์  จนญาณหยั่งรู้ถึงความสมบูรณ์ (แห่งเซียน) เรียกว่า  เฉีย (ซิง) เซียน (絕(行) 仙 เซียนอมตะอย่างแท้จริง" จาก คัมภีร์ ศูรังคม สูตร शूरङ्गम सूत्र (大佛頂首楞嚴經) เล่ม 8 บทที่ 16

............................
阿難。是等皆於人中煉心。不修正覺。別得生理。壽千萬歲。休止深山或大海島。絕於人境。斯亦輪迴妄想流轉。不修三昧。報盡還來。散入諸趣。
(ดูก่อน) อานนท์ เซียน (ฤๅษี) เหล่านี้ตั้งจิตไว้แต่ไม่ทำบำเพ็ญโพธิปัญญาแห่งการบรรลุธรรมที่ถูกต้อง อยู่ได้เป็นพันปีหมื่นปี พวกเขาอาศัยอยู่บนภูเขาสูงหรือ (ทะเลทราย) เกาะ ที่ตัดการเชื่อมต่อทางโลกทั้งหมด ดินแดนของพวกเขายังคงอยู่ในกระแสสังสารวัฏแห่งความเห็นผิดๆ และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ไม่ปฏิบัติสัมมาทิฏฐิ เมื่อเพลิดเพลิน (กรรมดีที่เป็น) พรที่มีเงื่อนไขพวกเขาจะต้องกลับไปที่ (เบื้องล่าง) นี้คือยานพาหนะแห่งการดำรงอยู่ (ในโลกแห่งการเวียนว่ายตายเกิด) จาก คัมภีร์ ศูรังคม สูตร शूरङ्गम सूत्र (大佛頂首楞嚴經) เล่ม 8 บทที่ 16

หมายเหตุ : ตามความเชื่อพุทธศาสนาแม้เซียนหรือฤๅษีจะบรรลุโมกษะแต่ก็ไม่บรรลุนิพพาน เป็นการข่มว่าพวกเซียน หรือฤๅษี นั้นมีความเห็นผิด และจุดหมายสูงสุดในศาสนาอื่น ไม่ทำให้หลุดพ้นจากสังสารวัฎอยู่ดี ไม่เหมือนนิพพานในทางพุทธศาสนา
...........................

大佛頂首楞嚴經, 卷八 【十六】
ต้าฟูติงโซวเหลงเหยียนจิง, ฉวนป๊า (สือลู่)

   💥ศูรังคม สูตร शूरङ्गम सूत्र เล่มที่ 8 (16) กล่าวถึงเซียนในลัทธิเต๋าสิบประเภท "โยวสือจงเซียน" 有十種仙 (เชื่อว่าเป็นพระสูตรที่แต่งขึ้นใหม่ในจีน จึงได้รับอิทธิพลจากลัทธิขงจื้อและเต๋า โดยที่เนื้อหาบางส่วนมีที่มาจากคัมภีร์วัสตุ ตถาคครรภะ และธารณี เป็นต้น ต่อมาในสมัยจักรพรรดิเฉินหลงได้มีการแปลคัมภีร์นี้เป็น เป็นภาษาแมนจู, มองโกเลียและทิเบต) เทียบได้กับคัมภีร์วิสุทธิมรรคของพุทธศาสนาเถรวาท

阿難。復有從人。不依正覺修三摩地。別修妄念。存想固形。遊于山林人不及處。有十種仙。阿難。彼諸眾生。堅固服餌而不休息。食道圓成。名地行仙。堅固草木而不休息。藥道圓成。名飛行仙。堅固金石而不休息。化道圓成。名遊行仙。堅固動止而不休息。氣精圓成。名空行仙。堅固津液而不休息。潤德圓成。名天行仙。堅固精色而不休息。吸粹圓成。名通行仙。堅固咒禁而不休息。術法圓成。名道行仙。堅固思念而不休息。思憶圓成。名照行仙。堅固交遘而不休息。感應圓成。名精行仙。堅固變化而不休息。覺悟圓成。名絕行仙。阿難。是等皆於人中煉心。不修正覺。別得生理。壽千萬歲。休止深山或大海島。絕於人境。斯亦輪迴妄想流轉。不修三昧。報盡還來。散入諸趣。

   💥ศูรังคม สูตร เป็นคัมภีร์ที่ว่าด้วยเรื่องการทำสมาธิอย่างลึกซึ้ง มีนิทานต้นเรื่องว่า นางเทวทาสี หรือหญิงงามเมืองผู้หนึ่งเกิดหลงรักพระอานนท์จึงพยายามยั่วยวนให้พระอานนท์สึก พระอานนท์จึงทูลขอให้พระพุทธเจ้าสอนเรื่องการทำสมาธิเพื่อให้พ้นภัยจากสตรีดังกล่าว


นิทานต้นเรื่องศูรังคม สูตร ภาษาจีน และบทมนต์สันสกฤต

ศูรังคม สูตร शूरङ्गम सूत्र เล่มที่ 8 ภาษาจีน บทที่ 16 อยู่ท้ายวิดีโอรองบทสุดท้าย

คัมภีร์จงลฺหวี่ฉวนเต้าจี๋ (鐘呂傳道集) ของจงลฺหวี่ 

.......................................
ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
1) ศูรังคม สูตร แปลภาษาอังกฤษ ของ Tripitaka Master Hsuan Hua เว็บไซต์ : http://www.cttbusa.org/shurangama1/shurangama_contents.asp.html [18/5/2565]
2) ศูรังคม สูตร แปลภาษาอังกฤษ ของ Upasaka Lu K’uan Yu (Charles Luk) ไฟล์พีดีเอฟ : http://www.buddhanet.net/pdf_file/surangama.pdf [18/5/2565]
3) ศูรังคม สูตร ภาษาจีน เล่ม 8 บทที่ 16 大佛頂首楞嚴經, 卷八 【十六】เว็บไซต์ : https://www.ibelief.cc/a/202106/76765.html [18/5/2565]

วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

เปรียบเทียบกลุ่มดาวสากล (Greek) กับอินเดีย (Sanskrit)



รูป กลุ่มดาว 27 นักษัตรัมอินเดียใน 12 ราศี
ที่มา https://divinationgeek.com/2017/10/27/nakshatra-1-what-are-nakshatras/


Andromeda constellation (กลุ่มดาวเจ้าหญิงแอนโดรเมด้า) = เทวยานี ธิดาพระศุกร์ (อุตฺตฺรภาทฺรปท, มีพระอหิรฺพุธฺนฺยะคือพระนารายณ์บนบัลลังก์นาคเป็นเทพประจำ)

Aquarius constellation (กลุ่มดาวราศีกุมภ์) = ราศีกุมภ์ (ศตภิษา มีพระวรุณประจำ)

Aquila constellation (กลุ่มดาวนกอินทรี) = พญาครุฑ (ศฺราวณ, มีพญาครุฑประจำ)

Aries constellation (กลุ่มดาวราศีเมษ) = ราศีเมษ (อัศวินี, มีพระอัศวินประจำ และภารณี, มีพระยมประจำ)

Cancer constellation (กลุ่มดาวราศีกรกฎ) = ราศีกรกฎ (ปุษฺย, มีพระภรต น้องพระรามหรือพฤหัสบดีเป็นเทพประจำ)

Canis Major constellation (กลุ่มดาวแม่สุนัข Sirius ) = นางสรมา (สุนัขของพระอินทร์มารดาแห่งสุนัขทั้งปวง ซึ่งเกิดจากเทพแห่งท้องฟ้า พระทฺเยาษฺปิตา กับเทวีแห่งพื้นพิภพนางปฤถฺวีมาตา เป็นน้องสาวของพระพฤหัสบดีคุรุเทพ และพระรุทฺร บางครั้งมีการอธิบายว่านางเป็นแม่ของเสือและสิงโต ในภควัตปุราณะว่านางเป็นธิดาของพระทักษะประชาบดี ที่ถูกยกให้เป็นชายาของฤๅษีกัศฺยปะ) และสฺวนฺ, ศรฺวร หรือ สพล (ดาว Sirius) ลูกของนางสรมา หรือมฤควฺยาธ / ลุพฺธกะ [พรานล่ากวาง] , มีพระรุทรประจำ)

Canis Minor constellation (กลุ่มดาวลูกสุนัข Procyon ) = ปฺรสฺวนฺ, สรเมยะ หรือ ศฺยาม ลูกของนางสรมา (ทั้ง ศยามและสพลเป็นผู้ส่งสารของพระยมมีหน้าที่พิทักษ์รักษาเส้นทางและประตูของนรก ในขณะที่ตำนานกรีกว่า Procyon เฝ้าทางตะวักตกเฉียงใต้ และ Sirius เฝ้าตะวันตกเฉียงเหนือเพื่อปกป้องพระอาทิตย์)

Draco constellation (กลุ่มดาวมังกร) = ศิศุมาร (จระเข้ปากอ่าว , พาหนะของพระวรุณ)

Eridanus constellation (แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์เอริดานัส) = พระแม่คงคาที่อยู่บนเศียรของพระศิวะ

Gemini constellation (กลุ่มดาวราศีคนคู่ Castor and Pollux) = นกุลและสหเทพบุตรชายฝาแฝดลูกพระอัศวินกับนางกุนตี (ปุนัรฺวสุ, มีนางอทิติมารดาแห่งปวงเทพ ชายาฤๅษีกัศฺยปะเทพบิดา เป็นเทพประจำ)

Hercules constellation (กลุ่มดาวเฮอร์คิวลิส) = พระกฤษณะ

Hydra constellation (กลุ่มดาวงูไฮดรา) = กาลิยานาคราช (นาคที่ถูกพระกฤษณะปราบ) หรือ เศษนาคราช ซึ่งเรียกอีกชื่อว่า อนันตนาคราช พี่วาสุกี นาคราชผู้เป็นบัลลังก์ให้พระนารายณ์ในเกษียรสมุทร และแบ่งภาคไปเป็นสังวาลของพระศิวะ ทวดของกาลิยานาคราช (อาศฺเลษ, มีเศษนาคราชประจำ)

Leo constellation (กลุ่มราศีสิงห์) = ราศีสิงห์ (มฆา, มีปิตฤหรือเทพบรรพชนทั้งหลายเป็นเทพประจำ ; ปูรฺวผาลฺคุนี, มีพระภค สุริยเทพเป็นเทพประจำ ; อุตฺตฺรผาลฺคุนี, มีพระอรฺยมน สุริยเทพเป็นเทพประจำ)

Libra constellation (กลุ่มราศีตุล) = ราศีตุล (วิสาข, เดิมมีพระอินทร์หรือพระอัคนีเป็นเทพประจำ, ปัจจุบันบางว่ามีพระพุทธเจ้าเป็นเทพประจำ คนอินเดียประทับใจประเพณีวันวิสาขบูชา)

Lyra constellation (กลุ่มดาวพิณ) = อภิชิต (มีพระกฤษณะเป็นเทพประจำ)

Milky Way constellation (กลุ่มดาวทางช้างเผือก) = พระแม่คงคาในสวรรค์ หรืออากาศคงคา

Orion constellation (กลุ่มดาวนายพรานโอไรออน) = พระประชาบดี / ปศุบดี (มฤคศิร, มีพระโสมเป็นเทพประจำ; อารฺทฺรา, มีพระศิวะนาฏราช, พระทุรคาเทวี หรือพระรุทรเป็นเทวีประจำ)

Pegasus constellation (กลุ่มดาวม้าบิน) = เตียงของดวงจันทร์ (ปูรฺวภาทฺรปท, มีพระอชะเอกปาทะคือเทพมูรติบนขาข้างเดียวเป็นเทพประจำ : อุตฺตฺรภาทฺรปท, มีพระอหิรฺพุธฺนฺยะคือพระนารายณ์บนบัลลังก์นาคเป็นเทพประจำ)

Perseus constellation (กลุ่มดาววีรบุรุษเปอร์ซีอุส) =  พระยยาติ (กษัตริย์ต้นตระกูลจันทรวงศ์ทั้ง ปาฑพ เการพ และยาทพ)

Pisces constellation (กลุ่มดาวปลาคู่) = ราศีมีน (เรวดี, มีปูษัน สุริยเทพเป็นเทพประจำ)

Pleiades constellation (กลุ่มดาวลูกไก่ในราศีพฤษภ) = นางฤๅษิณีทั้ง 6 แม่นมพระสกันธกุมาร (กฤติกา, มีพระสกันธกุมารประจำ)

หมายเหตุ : นางฤๅษิณีทั้ง 6 เป็นชายาของฤๅษีทั้ง 6  ในกลุ่มดาวสัปตฤๅษี (ดาวหมีใหญ่) ด้วย

Scorpius constellation (กลุ่มดาวแมงป่อง) = ราศีพิจิก (อนุราธ, มีนางราธาเป็นเทวีประจำ ; ชฺเยษฺฐ, มีพระอินทร์เป็นเทพประจำ ; มูล, มีพระนิรฺฤติเป็นเทพประจำ)

Ursa Major constellation (กลุ่มดาวหมีใหญ่) = สัปตฤๅษี (มีสัปตฤๅษีและนางอนสูยาเป็นเทพประจำ)

Ursa Minor constellation (กลุ่มดาวหมีน้อย) = ดาวธฺรุวะ (มีพระธฺรุวะ สาวกของพระนารายณ์เป็นเทพประจำ)

Virgo constellation (กลุ่มดาวราศีกันย์) = ราศีกันย์ (จิตฺร, มีพระวิศวกรรมเป็นเทพประจำ)

………………

References

Volker, judy. Star Lore in Ancient India. (Online).  Refer to : http://judy-volker.com/StarLore/Myths /AncientIndia.html (2022/2/3).

V. Venkatachellam Iyer. Year measurements in ancient times. In “Journal of the Asiatic Society of Bombay, Volume 23 By Asiatic Society of Bombay”. p. 290 (Online).  Refer to : https://books.google.co.th/book sid=9Uw_AQAAMAAJ&pg=PA290&dq=Prasvan+constellation&hl=en&sa=X&ved=2ahUKEwjI1PqP5OP1AhVKTWwGHX7cC94Q6AF6BAgDEAI#v=onepage&q=Prasvan%20constellation&f=false (2022/2/3).

Hewitt, J.F. (James Francis Katherinus Hewitt). The ruling races of prehistoric times in India: southwestern Asia and Southern Europe, Volume 2”. p. 24-25. (Online).  Refer to : https://books.google.co.th/ booksid=QX5_w5wpRboC&pg=PA24&dq=Shyama+canis+major&hl=en&sa=X&ved=2ahUKEwiyiI2q8OP1AhWoTWwGHe5OBv0Q6AF6BAgLEAI#v=onepage&q&f=false  (2022/2/3).

 

วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2564

เจ้าแม่กวนอิม คือ พระศากยมุนีพุทธเจ้าทั้งสมัยเป็นพระโพธิสัตว์และหลังการตรัสรู้ และเทพสำคัญในพุทธศาสนา

เจ้าแม่กวนอิมปางต่าง ๆ กับที่มาในชาดก


ภาพกวนอิม 84 ปาง
ที่มา https://kumponweb.wordpress.com/2016/09/27/เจ้าแม่กวนอิม84ปาง/

1) กวนอิมพันมือพันตา และกวนอิม 11 หน้า - พุทธประวัติตอนโปรดท้าวพกาพรหม

กวนอิมพันมือ คือท้าวพกาพรหม
千手観音 เชียนโส่วกวนอิม (จีน) เซนจูคันนอน (ญี่ปุ่น)


ภาพกวนอิมสิบเอ็ดหน้าพันมือพันตา
ที่มา http://www.guanzizai.com/music/1209.html

...............................
1.1) กวนอิมพันมือ
ตำนานจีน กล่าวว่าเจ้าหญิงเมียวซานถวายดวงตาและมือให้บิดา แล้วภายหลังเมื่อสู้กับพระยามารได้แสดงอิทธิฤทธิ์เป็นพันมือพันตา เทิดรูปพระพุทธองค์ไว้เหนือเศียรอาศัยพุทธบารมีปราบพวกปีศาจ (น่าจะได้รับอิทธิพลจากสีวิราชชาดก ชาดกในนิบาตของพุทธศาสนาเถรวาท เพราะในมหายานก็พูดถึงชาดกเรื่องนี้หลายครั้ง)
ภาพพระพุทธเจ้าเหยียบเศียรพกาพรหม/พกพรหม
ที่มา http://image.dek-d.com/26/2326721/113100078

1.2) พุทธเจ้าโปรดท้าวพกาพรหม
วันหนึ่งท้าวพกาพรหมเกิดมิจฉาทิฐิพุทธเจ้าจึงเสด็จขึ้นไปประลองฤทธิ์ โดยการเล่นซ่อนแอบ 2.1 ครั้งแรกเท้าพกาพรหมซ่อนก่อนแปลงเป็นฝุ่นไปซ่อนอยู่บนยอดเขาพระสุเมรุ พระพุทธองศ์ส่องทิพยญาณก็จับได้ 2.2 ครั้งสองพุทธองค์แปลงเป็นฝุ่นไปติดบนเศียรท้าวพกาพรหม ท้าวพกาพรหมส่องทิพย์เนตรทั่วจักรวาลแต่ลืมดูบนหัวตัวเองเลยแพ้ 2.3 ตำนานเพลงสาธุการเปลี่ยนท้าวพกาพรหมเป็นพระศิวะ ที่มาห้ามพระขันธกุมารที่อิจฉาที่เทวดามาศรัทธาพุทธเจ้ามากกว่า สุดท้ายก็เล่นซ่อนแอบกับพุทธเจ้า แล้วพระศิวะก็แพ้ดังกล่าว แล้วพุทธเจ้าไม่ยอมลงจากเศียรพระศิวะ พระศิวะจึงให้เล่นเพลงสาธุการถวาย พุทธเจ้าจึงยอมเสด็จลงมา (ที่มาสำนวนเส้นผมบังภูเขา)

1.3) พระพุทธเจ้าเหนือพนัสบดี หรือศรภะ
สมัยหลังมักเรียกเป็นพระพนัสบดี อาจจะเป็นอิทธิพลของโองการแช่งน้ำ เพราะไม่มีใครรู้ว่า พนัสบดี ในภาษาอินโดนีเซีย เป็นอมนุษย์ชนิดหนึ่งเป็นดวงไฟล่องลอยไปในป่าเหมือนผีกระสือ
เชื่อว่าพนัสบดี คือ วนสฺปติ वनस्पति แปลว่า เจ้าป่า ซึ่งสัตว์ที่เป็นเจ้าป่าของไทยคือราชสีห์ แต่ในวรรณคดีสันสกฤตสัตว์ที่เป็นเจ้าป่าคือ ศรภะ (จากนิทานอินเดียฤๅษีชุบหมาตายให้เป็นสิงโต ฯ เป็นกริฟฟินอินเดีย) แม้ว่าภายหลังไวษณพนิกายจะว่า เมื่อ ศรภะ ปราบนรสิงห์ได้ พระนารายณ์ก็อวตารเป็น อัษฎามุข คัณฑเภรุณฑา นรสิงห์ มาปราบต่อ ก่อนที่ทางไศวนิกาย ที่เป็นศักตินิกายย่อย จะอ้างว่า สุดท้ายแล้วเจ้าแม่ปรัตยังคิรา เทวี प्रत्यङ्गिरा หรือ นรสิงหี จะมาปราบนกคัณฑเภรุณฑา (นกสองหัว) ได้ แล้วทั้งสามก็คืนร่างกลับไปวิมานของตน (เป็นการข่มกันเองระหว่างนิกายย่อยที่นับถือนรสิงห์ ศรภาวตาร และเจ้าแม่ศักติ นรสิงหี ก็เหมือนกับการเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้าเหยียบหัวศรภะ หรือพนัสบดี)

ปล. มีสัตว์ผสมสัตว์ทุกชนิดในป่าที่เรียกว่า นวคุญฺชระ ที่ถูกอ้างถึงในภควัทคีตา และมหาภารตะว่าเป็นสุดยอดแห่งสัตว์บกทั้งปวง

2) กวนอิมอุ้มบุตร (หารีตี ยักษิณี) - พุทธประวัติโปรดนางกาลียักขินี (กำเนิดสลากภัต)

เจ้าแม่กวนอิมอุ้มบุตรคือปีศาจนางยักษิณีขโมยเด็ก
ซ้าย-คิชิโมจิง (กุ้ยจือมูเซิน) นางหารีตีญี่ปุ่น/ ขวา-นางหารีตีวัดเมนดุต (Mendut Buddhist temple) อินโดนีเซีย
ที่มา https://th.wikipedia.org/wiki/หารีตี
......
ในพุทธศาสนามหายานกล่าวถึงนางหารีตี แห่งเมืองเปศวาร์ (ปัจจุบันอยู่ในปากีสถาน) ซึ่งชาวจีนเรียกว่า "กุ้ยจือมู่เซิน" 鬼子母神 (เซียนแม่ลูกผี) ที่เล่าว่าสมัยก่อนนางยักษิณีตนนี้มีลูกมากและชอบลักพาขโมยเด็กไปให้ลูกกินวันหนึ่ง นางได้ลักพาเด็กคนหนึ่งไปทำให้แม่เด็กขอความช่วยเหลือจากพระยูไล พระยูไลจึงใช้คนให้คนไปลักพาลูกนางมา 1 ตน นางยักษิณีไม่เห็นลูก ก็ร้องไห้ตามหาลูกตนไปทั่วจักรวาลก็ไม่พบ สุดท้ายมาขอความช่วยเหลือพระยูไล พระยูไลจึงสอนว่าลูกนางหาไปคนเดียวยังเดือดร้อนใจขนาดนี้การที่นางลักพาเด็กไปมากมายแม่ ๆ ของเด็ก ๆ ต้องทนทุกมากมายขนาดไหน พระยูไลสอนไม่ให้นางลักพาเด็กอีก นางรับปากจึงคืนลูกให้นาง ทำให้นางเลิกลักพาเด็กมากิน เนื่องจากนางมีลูกมากคนจีนจึงนิยมบูชานางในฐานะเทพให้ลูก ต่อมากระแสความนิยมเจ้าแม่กวนอิมสูงสุด นางจึงได้กลายเป็นเจ้าแม่กวนอิมปางอุ้มบุตร
........
เชื่อว่านางหารีตี ยักษิณีขโมยเด็ก มาจากเรื่องนางกาลียักขินีผู้ให้กำเนิดประเพณีสลากภัตของพุทธศาสนาเถรวาท เรื่องนางกาลียักขินีวัตถุ อรรถกถา นิทานธรรมบท ขุททกนิกาย ยมกวรรคที่ 1

3) กวนอิมหัวม้า-วลาหกัสสชาดก (พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระยาม้าวลาหก)

กวนอิมหัวม้า โปรดเดรัจฉานภูมิปราบกามราคะ
(ความลุ่มหลงในเพศตรงข้าม นำมาซึ่งความทุกข์ เป็นข้าศึกของพรหมจรรย์)

ภาพบาโตโพธิสัตว์ญี่ปุ่น และพระหยครีวะเทพให้คัมภีร์พระเวทแก่พระพรหมธาดา
ที่มา https://kitabiwako.jp/en/travel_guide/spot/detail?id=10378 และ https://anudinam.org/2012/12/26/saligrama-mahimai-%E2%80%93-10-sacred-facts-about-saligrama-10/
......................................
(พุทธ) 馬頭観音 บาโต คันนอน (ญี่ปุ่น) ม่าเถากวนอิม (จีน) หรือ หยครีวะอวโลกิเตศวร (อินเดีย) ตรงกับ (ฮินดู) พระหยครีวะเทวะ ซึ่งเป็นพระนารายณ์ปางอวตารเป็นกินนรหัวม้า (ในวรรณคดีสันสกฤตนางกินรีคือนางแก้วหน้าม้า) เป็นผู้บอกพระเวทให้พระพรหม แต่ในนารายณ์สิบปางกล่าวถึง หยสิระ คืออสูรที่ขโมยพระเวทไปจากพระพรหมเช่นเรื่องนารายณ์สิบปางสำนวนไทยในมัตสยาวตาร แต่ไทยเรียกว่า หัยครีพ (มาจากคำว่า หยครีวะ) น่าจะเป็นการข่มกันระหว่างไศวะนิกาย และไวษณพนิกายของอินเดียยุค 500 ปี หลังพุทธกาล
เชื่อว่าพระหัยครีพ อวโลกิเตศวร (สำเนียงไทย) นี้มีที่มาจากวลาหกัสสชาดก ซึ่งเดิมคืออดีตชาติของพระพุทธเจ้าศากยมุนีสมัยที่เกิดเป็นพระยาม้าวลาหกสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ ทรงได้ช่วยพ่อค้าวาณิชผู้มีปัญญาไม่หลงสเน่ห์นางยักขินีให้พ้นจากเกาะนางยักขิณีที่ชื่อว่า เกาะตามพปัณณิ ในเมืองสิริวัตถุ(เกาะมนุษย์กินคนแถวชวามลายู อาณาจักรตามพรลิงค์ และศรีวิชัย? แต่ทองย้อย แสงสินชัยตีความว่าคือ เกาะลังกา ทศกัณฐ์เป็นรากษส ไทยว่ายักษ์?)
ต่อมาเมื่อเข้าสู่มหายานที่นับถือพระอวโลกิเตศวร และเจ้าแม่กวนอิมเป็นเทพสูงสุด พระโพธิสัตว์ (ศากยมุนี) สมัยจุติเป็นพระยาม้าวลาหกนี้จึงถูกดึงให้กลายเป็นวีรกรรมและอวตารของเจ้าแม่กวนอิม และถึงไปรวมกับพระหยครีวะ เทวะซึ่งเป็นอวตารของพระนารายณ์เกิดเป็น รูปเคารพกวนอิมหัวม้าขึ้นด้วยการอธิบายความหมายใหม่ในมหายาน
 
รูปม้าวลาหก จากวลาหกัสสชาดก ที่ปราสาทนาคพันธ์ ประเทศกัมพูชา
ที่มา https://db.sac.or.th/seaarts/th/detail.php?tb_id=489

ม้าวลาหกโพธิสัตว์จากวลาหกัสสชาดก กลายเป็นพระอวโลกิเตศวร ตำนานปราสาทนาคพันเขมร รอยต่อความเชื่อเรื่อง ม่าเถากวนอิม หรือบาโตโพธิสัตว์ (กวนอิมหัวม้า)

(เช่นเดียวกับกรณีการดึงคำไว้พจน์และคำยกย่องของเทพเจ้าต่าง ๆ ไปสร้างเป็นคำไวพจน์ที่ยกย่องเทพเจ้าสูงสุดที่แต่ละนิกายนับถือให้ได้มากที่สุด)

4) กวนอิมเจ้าผีเปรต-มหาสุตโสมชาดก (โปริสาท)

กวนอิมผีเปรต/กวนอิมเจ้าผีเปรต 觀音大士 กวนอิมไต้สือ
(ผู้ปราบราคจริต)

.............
ปรากฏในพระสูตรอัคนีชวามุกเปรตพลี ของมหายานบอกไว้ว่าไต้สือเอี้ยเป็นจ้าวแห่งผีเปรตที่พระโพธิสัตว์กวนอิมแปลงกายมาให้พระอานนท์เห็นที่นิโครธารามวิหาร เมืองกบิลพัสดุ์
...............
ไต้สือเอี้ย (大士爺) หรือ พ้อต่อก้ง (普渡公) . ไต้สือเอี้ยจะได้รับกานบูชาในช่วงเทศกาลผี (鬼節) คือสารทจีนหรือสารทเดือน 7 และวันสุดท้ายในเทศกาลกินเจ ที่เรียกว่าส่งเจ้าขึ้นสวรรค์ หรือทางใต้เรียกว่าส่งพระ ตำนานจีนเล่า ไต้สือเอี้ยคือ ลูกศิษย์เซียนเต้าซือต่อมาได้แต่งงานกับเจ้าหญิงเป็นลูกเขยของเจ้าเมืองแห่งหนึ่ง ต่อมามีสงครามได้ใช้ยาวิเศษ 2 สี สีเหลืองทำให้ตัวใหญ่เป็นยักษ์ สีขาวทำให้คืนร่างมนุษย์ ให้ทหารและตนกินทำให้ตัวใหญ่สู้รบชนะ แต่ยาสีขาวให้ทหารกินหมดไต้สือเอี๊ยจึงกลับร่างเดิมไม่ได้ เนื่องจากไต้สือเอี๊ยกินเก่งมาก จนกลายเป็นยักษ์กินคน ทำให้เจ้าแม่กวนอิมมาโปรดสอนให้เลิกกินคนแล้วให้ทำหน้าที่เป็นประธานในเวลาทิ้งกระจาดหรือเซ่นผี ซึ่งไต้ซือเอี๊ยดุร้ายมากเจ้าแม่กวนอิมจึงต้องมาคุมอยู่บนเศียรไม่ให้ไต้ซือเอี้ยจับพวกผีกิน (คล้ายเรื่องพระราชากินคน "โปริสาท" กับพระสุตโสมโพธิสัตว์ (อดีตชาติของพระศากยมุนีพุทธเจ้า) ในมหาสุตโสมชาดก ชาดกในนิบาต)



ภาพ - กาลสังหารมูรติ (ศิวะปราบพระยม) , กวนอิมเจ้าผีเปรต ไต้ซือเอี๊ย, โพธิสัตว์กระดูก ญี่ปุ่น

ปล. พระยายมคือ พระราชาผู้ปกครองเหล่า เวมานิกเปรต ด้วยเทียบได้กับไต้สือเอี้ย แต่ในจีนมีพระยายมตัดสินความในนรกเป็นตนอื่น ๆ อีกหลายตน

5) กวนอิมจินดามณีจักร-พุทธประวัติตอนพระพุทธเจ้าตรัสถึงดอกบัวสี่เหล่า และพระพรหมลงมาเชิญให้โปรดสัตว์ (พรหมธาดา)

ภาพพระจินดามณีจักรอวโลกิเตศวร 
ที่มา http://foxue.foshang.net/fopusa-tianlongbabu/ruyilunguanyin.html

เมื่อพระศากยมุนีพุทธเจ้าตรัสรู้เป็นพุทธเจ้าแล้ว ทรงพิจารณาวไนยสัตว์ทั้งหลายในโลกนี้เปรียบเหมือนดอกบัวสี่เหล่า แล้วเกิดคิดว่าคนที่เป็นอเวไนยสัตว์นั้นมีมากจะไม่ทรงแสดงธรรม ดังนั้นท้าวสหัมบดีพรหมผู้รู้ด้วยญาณจึงมาเข้าเฝ้าขอให้ทรงแสดงธรรมโปรดสรรพสัตว์ เปรียบได้กับจินดามณีจักรอวโลกิเตศวร ที่เป็นเจ้าแม่กวนอิมปางระลึกว่าจะโปรดสรรพสัตว์ให้ทั้ง 6 ภูมิให้หมดจากนรก
1. พระอารยาวโลกิเตศวร (聖観音 เชิ้งกวนอิม) ปางหนึ่งหน้าสองมือโปรดนรกภูมิ

2. พระเอกาทศมุขีอวโลกิเตศวร (十一面観音 สืออีเมี่ยนกวนอิน) ปางสิบเอ็ดหน้าโปรดอสูรภูมิ

3. พระสหัสรภุชสหัสรเนตรอวโลกิเตศวร (千手観音 เชียนโส่วกวนอิม) ปางพันมือพันเนตรโปรดเปรตภูมิ

4. หัยครีวะอวโลกิเตศวร (馬頭観音 ม่าเถากวนอิม) เป็นปางพิโรธไว้โปรดเดรัจฉานภูมิ

5. จินตามณีจักรอวโลกิเตศวร (如意輪観音 หยูอี้หลุนกวนอิม ) ปางแก้วจินดามณีโปรดเทวภูมิ

6. จุณทีอวโลกิเตศวร (准胝観音 จุ่นถีกวนอิม) ปางพระพุทธมารดาโปรดมนุษย์ภูมิ


6) จุณฑีกวนอิม-พุทธประวัติตอนโปรดพุทธมารดา (เทพบุตรผู้เคยเกิดเป็นพุทธมารดา)

ภาพจุ้นถีโตหยิน ปราบขงสวน
ที่มา https://read01.com/d0RMzBP.html#.YWkroBpBxPY

6.1) พระจุณฑีโพธิสัตว์ (准提菩薩) “จุ่นถีผูซา" คือพระพุทธมารดาของพระพุทธเจ้าในรูปสัมโภคกาย แบบมหายานเหมือนพระโพธิสัตว์มาริจีซึ่งเป็นพระมารดาของเทพเจ้าดาวเหนือทั้งเก้า ทำให้มักจะสับสนกันระหว่าง พระโพธิสัตว์มาริจี จุนที และเจ้าแม่กวนอิม (แต่ถ้าเป็นผู้นับถือกวนอิมเป็นเทพสูงสุดก็ว่าทุกพระองค์แบ่งภาคมาจากกวนอิม 84 ปางอยู่ดี) นอกจากนี้ในจีนยังมีผู้สับสนระหว่างจุนทีโพธิสัตว์กับมหามยุรีโพธิสัตว์ (พัฒนาการมาจากพระขันธกุมาร) เพราะรูปลักษณ์ที่คล้ายกัน เคยมีผู้เทียบผิดว่าสัมโภคกายของพระพุทธมารดาคือมหามยุรีโพธิสัตว์ทรงนกยูง (แต่จุณฑีมี 8 หรือ 16 กร ส่วนมาริจีมี 8 กร)

ในเรื่องห้องสิน หรือ เฟิงเฉินปัง 封神榜 ของจีนมีการกล่าวถึงพระโพธิสัตว์จุณฑี (พุทธมารดาสัมโภคกาย) ในฐานะเทพเซียน 1 ใน 12 ตนชื่อ "จุ้นเถโตหยิน" แห่งเขาคุนหลุนว่ามาปราบ แม่ทัพขงสวน (อสูรนกยูงตาเดียวอวตาร) แล้วบังคับให้ขงสวนคืนร่างเป็นนกยูงตาเดียวนำไปเป็นพาหนะ ทำให้พระพุทธมารดาสัมโภคกาย จุณฑีโพธิสัตว์ มีภาพลักษณ์เหมือน มหามยุรีโพธิสัตว์ที่ทรงนกยูง กลายเป็นพระพุทธมารดามหามยุรีโพธิสัตว์ในพุทธศาสนามหายานของจีนเพราะอิทธิพลจากวรรณกรรมจีนเรื่องห้องสิน (ตามความเชื่อทางพุทธศาสนาเถรวาทปัจจุบัน พระพุทธมารดาเป็นเทพบุตรอยู่บนสวรรค์ชั้นดุสิต แปลงมาเป็นเพศหญิงเมื่อพบกับพุทธเจ้าในครั้งเสด็จโปรดพุทธมารดาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อสร้างความคุ้นเคย แต่พุทธองค์รู้จึงขอให้คืนร่างเป็นเทพบุตร)

6.2) เจ้าแม่ดาวเหนือ "เต้าบ้อหงวนกุน" (斗母元君) หรือ "เต๋าโบ้เหนียวเหนียว" (斗母娘娘) ตามตำนานในลัทธิเต๋าว่าเป็นมารดาแห่งดาวเหนือทั้ง 9 ดวง
ภาพพระมาริจีโพธิสัตว์ หรือเต้าบ้อหงวนกุน
 ที่มา https://zhuanlan.zhihu.com/p/100056195
...............................................
ในพุทธศาสนา มหายานว่าเป็นพระโพธิสัตว์มาริจี หรือ มอลีกีเทียน摩利支天ท่านจะมีหลายพระหัตถ์ทำท่าทางและมี2พระหัตถ์ถือดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ท่านทรงหมูป่า 7 ตัว มี 3 เศียร ตรงกลางเป็นหน้ามนุษย์ อีกข้างเป็นยักษ์ และ อีกข้างเป็นหมูป่า ทรงนั่งบนราชรถที่มีหมูป่า 7 ตัวเป็นสัตว์เทียมพาหณะ ต่อมาเปลี่ยนเป็นเพศหญิงตามความนิยมหลังสมัยถังของจีน และเจ้าแม่มอลีกีเทียน จะคล้ายกลับพระแม่กวนอิมแต่มีแปดกรเท่านั้น มักใช้เป็นประธานในเทศกาลกินเจ ที่สับสนกันระหว่างเจ้าแม่กวนอิม ทำให้ในสมัยหลังกว่าว่าเจ้าแม่เต๋าโบ้เหนียวเหนียว หรือมอลีกีเทียนคืออวตารของเจ้าแม่กวนอิมในหมู่คนที่นับถือเจ้าแม่กวนอิมเป็นเทพสูงสุด
.........................................
ในฮินดูว่ามี ฤๅษี "มาริจี" บางจัดว่าเป็นสัปตฤๅษีทั้งเจ็ด คือดาวในกลุ่มดาวจระเข้ ส่วนปลายหาง สับสนกันระหว่างฤๅษีภริคุ แล้วแต่ตำรา มาริจีเป็นบุตรที่เกิดจากดวงจิตของท้าวมหาพรหมธาดา และมาริจีเป็นพ่อของฤๅษีกัศยปะผู้เป็นเทพบิดาผู้ให้กำเนิดปวงเทพ และอสูร
..............................................
โดยตามความเชื่อลัทธิเต๋าว่า เจ้าแม่เต๋าโบ้เหนียวเหนียว เป็นผู้ให้กำเนิดเทพเจ้าดาวเหนือทั้ง 9 (ดาวจระเข้ 7+ ดาววีก้า 1 + ดาวเหนือ 1) ที่ต่อมาพุทธศาสนามหายานว่าดาวทั้งเก้าคือ นพเคราะห์ ที่เกิดจากพระพุทธเจ้า 7 และโพธิสัตว์ 2 พระองค์แบ่งภาคมาเป็นดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 คือ

กิ้วอ้วงฮุดโจ้ว (九皇佛祖)
1 พระอาทิตย์ หรือไท้เอี้ยงแช (พระวิชัยโลกมนจรพุทธะ)
2 พระจันทร์ หรือไท้อิมแช (พระศรีรัตนโลกประภาโมษอิศวรพุทธะ)
3 ดาวอังคาร หรือฮวยแช (พระเวปุลลรัตนโลกวรรณสิทธิพุทธะ)
4 ดาวพุธ หรือจุ้ยแช (พระอโศกโลกวิชัยมงคลพุทธะ)
5 ดาวพฤหัสบดี หรือบักแช (พระวิสุทธิอาศรมโลกเวปุลลปรัชญาวิภาคพุทธะ)
6 ดาวศุกร์ หรือกิมแช (พระธรรมมติธรรมสาครจรโลกมโนพุทธะ)
7 ดาวเสาร์ หรือโท้วแช (พระเวปุลลจันทรโภคไภสัชชไวฑูรย์พุทธะ)
8 ดาวเกตุ หรือโกยโต้วแช (พระศรีสุขโลกปัทมอรรถอลังการโพธิสัตว์)
9 ดาวราหู หรือล่อเกาแช (พระศรีเวปุลกสังสารโลกสุขอิศวรโพธิสัตว์)


ภาพดาวปักเต้าแชกุนทั้ง 9
ที่มา http://www.nine-emperorgods.org/legend/2/

การบูชาเทพปักเต้าแชกุน (เทพเจ้าดาวเหนือทั้ง 9 ของจีน ไทยคือกลุ่มดาวจระเข้ 7 ดวง +ดาวเหนือ 1 ดวง +ดาวเวก้า 1ดวง) มาก่อนการบูชาเทพนพเคราะห์แบบแขก - ไทย แม้ว่าจะเปลี่ยนเป็นเทพนพเคราะห์แต่ก็ยังใช้บทสวดที่บูชาเทพปักเต้าแชกุนกับวันทั้ง 9 ในเทศกาลกินเจ

7) กวนอิมเหยียบมังกร-พุทธประวัติตอนพระพุทธเจ้าเสวยวิมุติสุขแล้วพระยานาคมุจลินท์มาขดแผ่พังพานกันฝน


ภาพกวนอิมเหยียบมังกร
ที่มา https://thefemalebuddha.wordpress.com/2012/08/21/the-generosity-of-guanyin-in-bangkoks-chinatown/

กวนอิม Guanyin (ญี่ปุ่น คันนอน Kannon) ปราบกาเมร่า (เต่ามังกร) ที่มาของกวนอิมเหยียบมังกร
เชื่อว่าเมื่อพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเข้าสู่จีนกลายเป็นเจ้าแม่กวนอิมและได้รับการบูชาว่าเป็นเทพสูงสุด ก็เป็นธรรมดาที่คนจีนจะอยากให้เจ้าแม่กวนอิมของเขาทรงสัตว์มงคลในตำนานจึงทำให้เกิดเจ้าแม่กวนอิมทรงสัตว์มงคลของจีนเช่น กิเลน เต่ามังกร (กาเมร่า?) มังกร หงส์จีน และสัตว์ประจำ 12 นักษัตรจีน มากมายแล้วจึงทำเกิดนิทานที่อธิบายสาเหตุที่เจ้าแม่กวนอิมทรงสัตว์มงคลต่าง ๆ ของจีนด้วย ดังเช่น
ภาพกวนอิมเหยียบเต่ามังกร
ที่มา https://magiedubouddha.com/p_thai-guan-yin.php
 
1) เจ้าแม่กวนอิมปางทรงเต่ามังกรนี้ก็เป็นนิทานที่ว่า กวนอิมแปลงเป็นชาวประมงเพื่อมาปราบเต่ามังกรที่ก่อกวนสร้างความเดือดร้อนให้ชาวประมง ก่อนที่จะสอนให้เต่ามังกรทิ้งกระดองและบรรลุธรรมกลายเป็นมังกร ทำให้เกิดปางกวนอิมทรงมังกรอีกปางด้วย
ซึ่งเรื่องกวนอิมทรงมังกรยังมีที่มาอื่น ๆ อีกคือ
2) นิทานพื้นบ้านที่ว่า กวนอิมช่วยเจ้าชายมังกร ที่แปลงเป็นปลามาเที่ยวเล่นจนถูกจับได้ด้วยผลกรรมทำให้คืนร่างเป็นมังกรไม่ได้ถูกชาวประมงจับไป กวนอิมจึงให้กิมท้ง (金童 กุมารทอง) หรือเชียนไฉท้งซื่อ (善財童子 พระสุธนกุมาร) มาขอซื้อปลา แล้วพาปลาไปปล่อยลงทะเล เล้งอ๋องพระยามังกรรู้จึงส่งเง็กนึ่ง ( เง็กนึ่ง 玉女กุมารีหยก/หยก+หญิง/สาวหยก หรือ 龍女 หลงหนู่/เล้งนึ่ง : มังกรหญิง ) ธิดามาให้มอบไข่มุกวิเศษให้เป็นของตอบแทน (นึกถึงนางเมขลาธิดามังกรกับพระอินทร์นิทานไทย) เมื่อเง็กนึงพบเจ้าแม่กวนอิมเกิดศรัทธาจึงถวายตนเป็นศิษย์ ไม่ค่อยปรากฏรูปเง็กนึ่งในขณะที่เจ้าแม่กวนอิมประทับมังกร (สงสัยว่ามังกรนั้นคือธิดามังกร?)
3) เรื่องธิดาสาครนาคราช ในสัทธรรมปุณฑริกาสูตร (เก่าสุด) กล่าวครั้งหนึ่งพระสารีบุตรสงสัยเรื่องที่มีผู้บรรลุธรรมด้วยการฟังเพียงครั้งเดียวพุทธเจ้า พระศากยมุนีสัมโภคกาย (พระยูไล แปลว่าตถาคต) จึงเชิญพระมัญชุศรีซึ่งไปแสดงธรรมในบาดาลโลกมา พระมัญชุศรีก็ยืนยันว่ามีคือธิดาของท้าวสาครนาคราช คือเง็กนึงนั้นเป็นตัวอย่างทันที่เอยถึง เง็กนึงก็รู้ด้วยญาณ แทรกแผ่นดินขึ้นมาแล้วถวายแก้ววิเศษแด่พระพุทธเจ้า แล้วกล่าวว่าการที่ตนถวายแก้ววิเศษนั้นให้พระพุทธเจ้ามีความไวเพียงใด ตนก็ได้บรรลุธรรมได้ไวเพียงนั้น พูดจบเง็กนึง (ธิดาสาครนาคราช) ก็กลับเพศเป็นชายแล้วสำเร็จเป็นพุทธเจ้าประจำพุทธเกษตรแห่งหนึ่งทันที
- ต่อมาภายหลังเมื่อพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร จุติเป็นเจ้าหญิงเมี่ยวซ่าน และได้สำเร็จเป็นเจ้าแม่กวนอิมแล้ว เทพและเซียนต่าง ๆ ได้ประชุมกันว่าจะให้ใครไปเป็นสาวกรับใช้ใกล้ชิด จึงตกลงให้ พระอรหันต์กิมท้ง (พระสุธน ในมหายานไม่ได้ตามหารักจากนางมโนราห์ แต่ตามหาอาจารย์สอนให้บรรลุธรรม) และธิดาสาครนาคราช (ความจริงสำเร็จเป็นพุทธเจ้าประจำพุทธเกษตรแล้ว) ให้อวตารมาเป็นสาวกรับใช้กวนอิมเป็น กิมท้ง (กุมารทอง) และเง็กนึ่ง (กุมารีหยก)
- ที่ว่ากวนอิมทรงมังกรก็เพราะว่าสมัยโบราณเมืองจีนแปลพระยานาคในวรรณกรรมพุทธศาสนาเป็นมังกรหมด ก่อนจะที่ปัจจุบันจะมีเรื่องเจ้าแม่นาคีไปฉายเมืองจีน ทำให้คนจีนเริ่มมองพญานาคเป็นปีศาจงู อย่างนางพระยางูขาว ไม่ใช่มังกร

8) กวนอิมทรงสิงโตขนทอง-ห้องสิน (วรรณกรรมจีนที่ได้อิทธิพลเทพฮินดู-พุทธ) สังข์ศิลป์ชัย และปัญญาสชาดก หรือคติเรื่องพระชินสิงห์

ภาพฉือหังเต้าเหยิน
ที่มา https://kknews.cc/zh-cn/culture/ogoy92q.html

เจ้าแม่กวนอิม พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรนั้นมีบทในวรรณกรรม "ห้องสิน" โดยในห้องสิน โดยกลายเป็น 1 ใน 12 เซียนเทพของนักพรตเต๋าจากเขาคุณหลุนชื่อ "ฉือหังเต้าเหยิน" (慈航道人) มีอาวุธคือคนโฑหยกและกระจก ลงมาช่วยเจียงจื่อหยาทำลาย 10 ค่ายกลสังหารเซียนของมหาเซียนเทพทงเทียนเจี้ยวจู่ (ปรมาจารย์เซียนยุคที่สอง) ซึ่งเซียนหญิงฉือหังเต้าเหยินรับหน้าที่ทำลายค่ายกลหนึ่งและปราบเจ้าของค่ายกลคือ เซียนจินกวง (อสูรสิงโตทองคำแปลง) ที่เป็นลูกศิษย์ของทงเทียนเจี้ยวจู่ได้สำเร็จ ทำให้เซียนจินกวงคือร่างเป็นสิงโตขนทองแล้วเซียนหญิงฉือหังเต้าหยินก็นำไปเป็นพาหนะทำให้เกิดเจ้าแม่กวนอินปางทรงสิงโต ซึ่งได้อิทธิพลจากเรื่องห้องสิน

9) กวนอิมน้ำทิพย์-สีวิราชชาดก (พระโพธิสัตว์ (ศากยมุนีพุทธเจ้า) เสวยชาติเป็นพระราชาสีวิราชถวายดวงตาให้พระอินทร์แปลง)


ตำนานจีน กล่าวว่าเจ้าหญิงเมียวซานถวายดวงตาและมือให้บิดา แล้วภายหลังเมื่อสู้กับพระยามารได้แสดงอิทธิฤทธิ์เป็นพันมือพันตา เทิดรูปพระพุทธองค์ไว้เหนือเศียรอาศัยพุทธบารมีปราบพวกปีศาจ (น่าจะได้รับอิทธิพลจากสีวิราชชาดก ชาดกในนิบาตของพุทธศาสนาเถรวาท เพราะในมหายานก็พูดถึงชาดกเรื่องนี้หลายครั้ง) ซึ่งเมื่อเจ้าหญิงเมียวซานได้รัยแจกันหยกเขียวแล้วเมื่อบรรลุธรรม แจกันหยกเขียวได้กลายเป็นของวิเศษมีน้ำทิพย์และกิ่งหลิวเกิดขึ้น (แจกันหยกเขียวเปรียบเทียบได้กับหม้อน้ำของพราหมณ์ ฤๅษี และพระพรหมที่เอาไว้ให้พรหรือสาปชาวบ้าน) โดยเชื่อว่าน้ำทิพย์ของแจกันยกเขียวมีฤทธิ์มากสามารถคืนชีวิตให้โสมมนุษย์ (人參果 เหรินเซินกั่ว /ต้นนารีผลของจีน) ของเจิ้นหยวนต้าเซียน ในเรื่องห้องสิน หรือเฉินเฟิงปัง เที่ยบได้กับ เหยฺวี่ยนซื่อเทียนจุนในลัทธิเต๋า ส่วนในเรื่องไซอิ๋วเล่าว่าซุนหงอคงทะเลาะกับศิษย์ของเจิ้นหยวนต้าเซียน จึงทำลายต้นผลโสมมนุษย์ ทำให้เจิ้นหยวนต้าเซียน/เจิ้นหยวนจื่อ (鎮元子) หรือ ติ้นหยวนต้าเซียน (鎮元大仙) โกรธจับตัวพระถังซำจั๋งไว้ แล้วบังคับให้คืนชีวิตต้นผลโสมมนุษย์ ราชาวานรจึงต้องไปเชิญเซียนทั้งสวรรค์มาช่วยก็ไม่มีใครชุบชีวิตให้ต้นผลโสมมนุษย์ได้ เจ้าแม่กวนอิมจึงต้องเสด็จมาช่วย หลังพาเจ้าแม่กวนอิมมาชุบผลโสมมนุษย์ที่ถูกทำลายได้ จึงนับถือเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับราชาวานรซุนหงอคง (ไซอิ๋วเป็นวรรณกรรมพุทธศาสนาของจีนที่แต่งเสริมเติมแต่งประวัติการมาอัญเชิญพระไตรปิฎกในอินเดียของพระถังซำจั๋งให้มหัศจรรย์เป็นเทพนิยาย)

ปฐมาจารย์แห่งลัทธิเต๋าทั้งสามคือ
1.หยกบริสุทธิ์ คือ "เหยฺวียนซื่อเทียนจุน” (元始天尊 ) เป็นปฐมเทวาคือ เทพองค์แรกแห่งเทพทั้งปวง คอยแสดงธรรมสั่งสอนสรรพสัตว์ในอาทิกัลป์ ( กัลป์เบื้องต้น ) กิเลนเขาเดียว หรือมังกร เข้าข้างราชวงศ์โจว
2.เหนือบริสุทธิ์ คือ เทพ“หลิงเป่าเทียนจุน” (灵宝天尊 ) แสดงธรรมสั่งสอนสรรพสัตว์ในมัชฌิมกัลป์ ( กัลป์เบื้องกลาง ) ทรงควาย วัวเขาเดียว หรือสิงโต ในเรื่องห้องสินว่าคือ “ทงเทียนเจี้ยวจู่” ( 通天教主 ) เข้าข้างราชวงศ์ซาง
3.บริสุทธิ์สมบูรณ์ คือ เทพ“เต้าเต๋อเทียนจุน” (道德天尊) แสดงธรรมสั่งสอนสรรพสัตว์ในปัจฉิมกัลป์ ( กัลป์เบื้องปลาย ). ทรงวัวเขาเดียว วัว หรือควาย (ท่านเล่าจือ) เข้าข้างราชวงศ์โจว
****โดยทั้งสามเป็นศิษย์ของพระหงจุนเหล่าซู 洪钧老祖 ผู้ปราบอสูรกายวันตรุษจีน "เหนียน"

สาวกเจ้าแม่กวนอิม และที่มา

สาวกเจ้าแม่กวนอิมที่สำคัญมี 2 ตนคือ

1) ธิดาสาครนาคราช (เง็กนึ่ง) - เรื่องนางมณีเมขลา ในมหาชนกชาดก


เสี่ยวเล้งนึ่งตัวละครในเรื่องมังกรหยกภาค 2 และเง็กนึ่งหรือ เล้งนึ่งธิดามังกร (นางมณีเมขลาจีน)

เรื่องธิดาสาครนาคราช (เสี่ยวเล็งนึ่ง 小龍女 มังกรสาวน้อย/มังกรกุมารี)  ในสัทธรรมปุณฑริกาสูตร (เก่าสุด) กล่าวครั้งหนึ่งพระสารีบุตรสงสัยเรื่องที่มีผู้บรรลุธรรมด้วยการฟังเพียงครั้งเดียวพุทธเจ้า พระศากยมุนีสัมโภคกาย (พระยูไล แปลว่าตถาคต) จึงเชิญพระมัญชุศรีซึ่งไปแสดงธรรมในบาดาลโลกมา พระมัญชุศรีก็ยืนยันว่ามีคือธิดาของท้าวสาครนาคราช คือเง็กนึงนั้นเป็นตัวอย่างทันที่เอยถึง เง็กนึงก็รู้ด้วยญาณ แทรกแผ่นดินขึ้นมาแล้วถวายแก้ววิเศษแด่พระพุทธเจ้า แล้วกล่าวว่าการที่ตนถวายแก้ววิเศษนั้นให้พระพุทธเจ้ามีความไวเพียงใด ตนก็ได้บรรลุธรรมได้ไวเพียงนั้น พูดจบเง็กนึง (ธิดาสาครนาคราช) ก็กลับเพศเป็นชายแล้วสำเร็จเป็นพุทธเจ้าประจำพุทธเกษตรแห่งหนึ่งทันที
- ต่อมาภายหลังเมื่อพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร จุติเป็นเจ้าหญิงเมี่ยวซ่าน และได้สำเร็จเป็นเจ้าแม่กวนอิมแล้ว เทพและเซียนต่าง ๆ ได้ประชุมกันว่าจะให้ใครไปเป็นสาวกรับใช้ใกล้ชิด จึงตกลงให้ พระอรหันต์กิมท้ง (พระสุธน ในมหายานไม่ได้ตามหารักจากนางมโนราห์ แต่ตามหาอาจารย์สอนให้บรรลุธรรม) และธิดาสาครนาคราช (ความจริงสำเร็จเป็นพุทธเจ้าประจำพุทธเกษตรแล้ว) ให้อวตารมาเป็นสาวกรับใช้กวนอิมเป็น กิมท้ง (กุมารทอง) และเง็กนึ่ง 玉女 (กุมารีหยก)  

2) พระสุธนกุมาร (กิมท้ง) - เรื่องอรหันต์หรือพระสุธนโพธิสัตว์ในมหายาน และสุธนชาดก ปัญญาสชาดก


ภาพพระสุธนพบพระศรีอารย์ และเจ้าแม่กวนอิม
ที่มา https://kknews.cc/zh-sg/fo/alj9avg.html

พระอรหันต์สุธนตามหาอาจารย์ ไม่ตามหานางมโนราห์
(อย่างในสุธนชาตก ปัญญาสชาดกของ ไทย เขมร ลาว พม่า ฯ)
กิมท้ง (金童 กุมารทอง) หรือเชียนไฉท้งซื่อ (善財童子 พระสุธนกุมาร)
เรื่องพระสุธนกุมารมีในวรรณกรรมสันสกฤต ก่อนไปจีน และอาจจะเป็นที่มาของพระสุธนมนโนราห์ แต่ในมหายานได้กล่าวว่าพระสุธนกุมารเป็นเจ้าชาย
"เซียนไฉท้งซื่อ" (สุธนกุมาร) เป็นราชโอรสของพระเจ้าปัญจา จีนเรียกว่า “อ๋องฮกเซ้งอ้วง” เป็นราชโอรสองค์ที่ 3 ในขณะที่พระมารดาทรงพระครรภ์พระโอรสองค์ที่ 3 ก็ได้มีแก้วแหวนเงินทองเพชรนิลจินดาพร้อมรัตนอันมีค่าต่างได้ผุดขึ้นมาจากพื้นดินเต็มทั่วอาณาบริเวณพระราชวังทั้ง 4 ทิศ เป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างยิ่ง ประชาชนในเมือง “กัมปิละ” ต่างได้ยินดีสรรเสริญในบุญฤทธิ์ของพระกุมาร พร้อมถวายพระนามว่า พระสุธนกุมาร หรือ เชียนไฉท้งซื่อ/สั้นไฉท้งจื่อ (คือ ถง+จื่อ = ทรัพย์, ธน + กุมาร=จื่อ , เชียนไฉ=อริยทรัพย์ )
ต่อมาพระสุธนต้องการบรรลุธรรมได้ไปกราบไว้อาจารย์ที่เป็นพระโพธิสัตว์ต่าง ๆ พระเถราจารย์ และนักปราชญ์ถึง 53 ท่าน โดยหนึ่งในนั้นคือพระแม่กวนอิม
- ตำนานเดิมว่าพระศรีอริยเมตไตรยคือพระโพธิสัตว์องค์สุดท้ายที่พระสุธนไปคำนับเป็นอาจารย์แล้วจึงพาขึ้นหอคอยจักรวาลจนได้บรรลุธรรม เป็นพระอรหันต์ แบ่งตำนานก็ว่าเป็นพระสุธนโพธิสัตว์ซึ่งจะได้บรรลุธรรมเป็นอนาคตพุทธเจ้า (พระอรหันต์ในมหายานบางนิกายว่ายังไม่ใช่การหลุดพ้นแท้จริงต้องสำเร็จเป็นพุทธเจ้าเท่านั้น อรหันต์เป็นแค่ศาลพักร้อน การเดินทางอีกยาวไกล ในคติมหายาน)

พระศรีอาริยเมตไตรย (หมีเล่อโฝ 彌勒佛) หมีเล่อผ่อสัก (彌勒菩薩) หรือ “เว่ยไหลโฝ” 未来佛 หรืออวตาร พระอชิตเถระจีน ปู้ต้าย (布袋)
/ปู๊กุ๊ยฮุก (富贵佛) หลวงพ่อถุงย่ามใหญ่ เป็นถุงที่บรรจุจักรวาลไว้ (ปู้ยไต้เหอสร้าง布袋和尚 อ้วนเหมือนพระสังกัจจายน์) ที่ในวรรณคดีเรื่องไซอิ๋ว หรือซีโหยวจี มาช่วยปราบพระคิ้วเหลือง หวงเหมยต้าหวัง (黃眉大王) ผู้จับหงอคงไว้ในฉาบ (น่าจะเป็นการสับสนระหว่างพระสังกัจจายน์กับพระศรีอารย์ในจีนซึ่งเกิดจากอิทธิพลของวรรณกรรมเรื่องไซอิ๋ว และห้องสิน ที่ชาวจีนยอมรับและชื่นชอบที่สุด)

- ต่อมาภายหลังเมื่อพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร จุติเป็นเจ้าหญิงเมี่ยวซ่าน และได้สำเร็จเป็นเจ้าแม่กวนอิมแล้ว เทพและเซียนต่าง ๆ ได้ประชุมกันว่าจะให้ใครไปเป็นสาวกรับใช้ใกล้ชิด จึงตกลงให้ พระอรหันต์กิมท้ง (พระสุธน ในมหายานไม่ได้ตามหารักจากนางมโนราห์ แต่ตามหาอาจารย์สอนให้บรรลุธรรม) และธิดาสาครนาคราช (ความจริงสำเร็จเป็นพุทธเจ้าประจำพุทธเกษตรแล้ว) ให้อวตารมาเป็นสาวกรับใช้กวนอิมเป็น กิมท้ง (กุมารทอง) และเง็กนึ่ง (กุมารีหยก)

……………………..
ไม่มีสิ่งใดเกิดจากความว่างเปล่าการหยิบยืมโครงเรื่องไปแต่งใหม่สร้างความนิยมได้มากกว่ามั่วเอาเอง เพราะมันมีที่มาที่ไป จึงน่าศึกษา